ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ อีไอซี ประกาศปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย หรือ จีดีพี ในปี 2568 ลงเหลือ 2.3% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.8% โดยระบุว่าสาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรับลดประมาณการ
อีไอซี เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.5% ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 2.5% เนื่องจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของไทย
นอกจากนี้ การลงทุนภาคเอกชนก็มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยคาดว่าจะขยายตัว 3.0% จากเดิมที่คาดไว้ 4.5% เนื่องจากผู้ประกอบการยังคงชะลอการลงทุนใหม่ เนื่องจากความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลก
ผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว
แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวจะยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่การฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยอีไอซีคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 จะอยู่ที่ 40 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 แต่ต่ำกว่าเป้าหมาย 45 ล้านคนที่ตั้งไว้
การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวยังมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงในตลาดหลักอย่างจีนและยุโรป
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
อีไอซี ระบุว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น โครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต และการลดค่าครองชีพ อาจช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น แต่ผลกระทบระยะยาวยังต้องติดตาม
นอกจากนี้ การลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เช่น รถไฟความเร็วสูง และการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ จะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต
มุมมองต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
อีไอซี มองว่าเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น หนี้ครัวเรือนที่สูง การแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
ทั้งนี้ อีไอซีแนะนำให้ภาครัฐเร่งดำเนินนโยบายที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เช่น การพัฒนาทักษะแรงงาน การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ และการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
สำหรับประชาชนทั่วไป การปรับตัวรับมือกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ การออมและการลงทุนที่เหมาะสม



