รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายกฯ ประกาศชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยในปี 2568 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยายตัวได้ถึงร้อยละ 3.5 ในปีหน้า
5 มาตรการหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์สำคัญที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว
รัฐบาลจะขยายระยะเวลาการยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจากประเทศเป้าหมายเพิ่มเติม รวมถึงการลดค่าธรรมเนียมการเข้าเมืองและการสนับสนุนการจัดงานเทศกาลระดับนานาชาติทั่วประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น โดยตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 ไว้ที่ 40 ล้านคน
2. มาตรการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)
รัฐบาลจะปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับนักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า และดิจิทัล รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) สำหรับนักลงทุน
3. มาตรการลดค่าครองชีพ
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รัฐบาลจะตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น อาทิ น้ำมันพืช นมสด และไข่ไก่ พร้อมทั้งอุดหนุนค่าไฟฟ้าและค่าเดินทางสำหรับผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากนี้ยังจะเพิ่มวงเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ให้กับเกษตรกร
4. มาตรการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
รัฐบาลจะจัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องสำหรับ SMEs วงเงิน 50,000 ล้านบาท โดยให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว พร้อมทั้งลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SMEs ที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น
5. มาตรการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
รัฐบาลจะเร่งรัดการลงทุนในโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชนบท การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ
นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยรัฐบาลจะติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิดและปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป



