ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้เปิดเผยบทวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในอัตราที่ชะลอตัวลง ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลายประการทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังคงอ่อนแอและภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าในครึ่งปีหลังนี้ ได้แก่ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เนื่องจากรายได้ที่ยังไม่เพิ่มขึ้นตามค่าครองชีพ และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงทำให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น นอกจากนี้ การส่งออกของไทยยังคงหดตัวต่อเนื่องจากความต้องการในตลาดโลกที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์
ผลกระทบต่อภาคธุรกิจ
จากภาวะดังกล่าว ส่งผลให้ภาคธุรกิจหลายประเภทต้องเผชิญกับความท้าทาย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีต้นทุนสูงขึ้นจากราคาพลังงานและวัตถุดิบ แต่ไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้มากนักเนื่องจากกำลังซื้อที่อ่อนแอ ส่งผลให้อัตรากำไรลดลงและบางรายต้องปิดกิจการลง
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเสนอแนะว่า ภาครัฐควรมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เช่น การลดภาษี การแจกเงิน หรือการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและผู้บริโภค รวมถึงการเร่งรัดการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลเพื่อสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน
แนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี
สำหรับแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะยังคงขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์การเมืองในประเทศ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่อาจกลับมาระบาดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐสามารถดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันเวลา ก็อาจช่วยพยุงเศรษฐกิจให้เติบโตได้ในระดับหนึ่ง
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะปรับเปลี่ยนประมาณการตามปัจจัยต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต



