กรมส่งเสริมสหกรณ์ งัด 4 มาตรการรับมือผลไม้ภาคตะวันออกปี 69 ดันสินค้า GI สู่ตลาดโมเดิร์นเทรด
กรมส่งเสริมสหกรณ์ งัด 4 มาตรการรับมือผลไม้ปี 69 (18.03.2026)

กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดแผนรับมือผลไม้ภาคตะวันออกปี 2569 ด้วย 4 มาตรการเชิงรุก

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เตรียมความพร้อมรับมือกับปริมาณผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออกในปี 2569 ซึ่งประกอบด้วยทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง และสละ ที่คาดว่าจะทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายนเป็นต้นไป โดยมุ่งรักษาเสถียรภาพราคาและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับสถาบันเกษตรกร

4 มาตรการหลักเพื่อบริหารจัดการผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อรับมือกับผลผลิตที่คาดว่าจะมีปริมาณสูงในปีนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้กำหนดมาตรการบริหารจัดการหลัก 4 ด้าน ดังนี้

  1. การผลิตคุณภาพและสินค้าอัตลักษณ์ : ส่งเสริมให้สหกรณ์ผลิตผลไม้ที่ได้มาตรฐาน GAP และผลักดันการพัฒนาสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อยกระดับเป็นสินค้าพรีเมียม สร้างมูลค่าเพิ่มที่สูงกว่าผลไม้ทั่วไป
  2. การแปรรูปเพิ่มมูลค่า : สนับสนุนอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผลผลิตเกรดรองหรือสินค้าช่วงล้นตลาดให้เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่เก็บรักษาได้นานและมีมูลค่าสูงขึ้น
  3. สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน : อนุมัติเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) เพื่อเสริมสภาพคล่องให้สหกรณ์รับซื้อผลผลิตจากสมาชิกโดยตรง ลดการถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง
  4. กลไกตลาดและเครือข่าย : ประสานงานกับห้างโมเดิร์นเทรด ผู้ส่งออก และเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อกระจายผลผลิตให้รวดเร็วที่สุด พร้อมลุยแคมเปญประชาสัมพันธ์กระตุ้นการบริโภค

ใช้งบกว่า 10 ล้านบาท อุดหนุนชาวสวนและพัฒนาตลาด

สำหรับการสนับสนุนในปี 2569 กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จำนวนทั้งสิ้น 10,575,000 บาท โดยแบ่งสัดส่วนการบริหารจัดการอย่างชัดเจน ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • งบจัดการด้านการตลาด (2.58 ล้านบาท) : อุดหนุนค่าขนส่งผลไม้ออกนอกพื้นที่ ไม่เกิน 2 บาทต่อกิโลกรัม
  • งบสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ (5.3 ล้านบาท) : จัดหาตะกร้าผลไม้จำนวน 208,500 ใบ
  • งบจัดกิจกรรมและอบรม : สำหรับการจัดงาน "Fresh From Farm" และการอบรมมาตรฐานโรงงานคัดบรรจุ (Packing House) เพื่อสร้างความมั่นใจให้คู่ค้าต่างประเทศ

ดัน "ทุเรียนชะนีเกาะช้าง" สินค้า GI สู่ห้างดังและตลาดส่งออกเวียดนาม

นายธนภัทร จ่าวินัจ ผู้จัดการสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรจังหวัดตราด จำกัด เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 เมษายน 2569 สหกรณ์ฯ เตรียมลงนามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า "ทุเรียนชะนีเกาะช้าง" ซึ่งเป็นสินค้า GI ขึ้นชื่อของจังหวัด ร่วมกับห้างท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต นอกจากนี้ ยังมีแผนเดินหน้าส่งออกมังคุดและเงาะไปยังตลาดกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 90

"แม้ปริมาณผลผลิตปีนี้อาจทำให้ราคาเฉลี่ยไม่สูงเท่าปีก่อนๆ แต่การที่เรามีสินค้า GI อย่างชะนีเกาะช้างและหมอนทองเขาบรรทัด ทำให้เรามีอำนาจต่อรอง ปัจจุบันตั้งเป้ารวบรวมผลผลิตให้ได้ 2,000-3,000 ตัน นอกจากนี้ ยังมองถึงแผนระยะยาวในการสร้างโรงงานแปรรูป 'เงาะสีทองตราด' เป็นเงาะกระป๋อง เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดแบบยั่งยืน" นายธนภัทร กล่าวทิ้งท้าย

แผนการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกรมส่งเสริมสหกรณ์ในการสนับสนุนเกษตรกรไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลไม้ท้องถิ่นผ่านนวัตกรรมและมาตรฐานคุณภาพ