เทคโนโลยีกำลังพลิกโฉมโลกในแบบที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน และตลาดแรงงานก็กำลังเปลี่ยนแปลงทั้งกระบวนทัศน์อย่างรวดเร็ว คนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงกลายเป็นคำตอบสำคัญเพื่อรับมือกับความผันผวนนี้
โลกเปลี่ยน คนต้องขยับตาม แต่จะไปทางไหนดี?
คำถามนี้คงเกิดขึ้นในใจของหลายคน โดยเฉพาะในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI แทรกซึมเข้าไปในแทบทุกกิจกรรมของมนุษย์ สิ่งที่ทั่วโลกกำลังจับตามองคือพลังของเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนตลาดแรงงานทั้งระบบ และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะกลายเป็นแรงงานในอนาคตอันใกล้นี้
170 ล้านตำแหน่งงานใหม่ผุดขึ้นทั่วโลกในทศวรรษนี้
สภาเศรษฐกิจโลกหรือ WEF ได้เผยแพร่รายงาน "Future of Jobs Report 2025" ซึ่งระบุว่าตลาดแรงงานโลกกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในปี 2030 แรงขับเคลื่อนหลักมาจากความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการเปลี่ยนแปลงทางประชากร ซึ่งจะสร้างโอกาสงานใหม่มหาศาล แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้งานบางประเภทหายไปอย่างถาวร
จากการสำรวจนายจ้างกว่า 1,000 รายทั่วโลก ซึ่งครอบคลุมแรงงานกว่า 14 ล้านคน พบว่าในช่วงทศวรรษนี้จะมีการสร้างงานใหม่ถึง 170 ล้านตำแหน่ง คิดเป็นร้อยละ 14 ของการจ้างงานในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม จะมีตำแหน่งงานเดิมถูกแทนที่หรือหายไปประมาณ 92 ล้านตำแหน่ง ส่งผลให้มียอดการจ้างงานสุทธิเพิ่มขึ้นราว 78 ล้านตำแหน่งทั่วโลก
5 อาชีพที่ยังมีการจ้างงานต่อเนื่องและเติบโต
หากพิจารณาในแง่จำนวนตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้น รายงานซึ่งรวบรวมข้อมูลจากบริษัทที่เข้าร่วมการสำรวจกับฐานข้อมูลการจ้างงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศพบว่า อาชีพที่มีการเติบโตสุทธิมากที่สุดส่วนใหญ่ยังคงเป็นงานที่เป็นรากฐานของเศรษฐกิจ ได้แก่
- แรงงานภาคเกษตร : เติบโตจากการผลักดันด้านความมั่นคงทางอาหารและการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ
- พนักงานขับรถส่งของ : ขยายตัวตามการเข้าถึงดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซที่เพิ่มขึ้น
- นักพัฒนาซอฟต์แวร์ : ฟันเฟืองหลักของการขับเคลื่อนเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล
- พนักงานก่อสร้าง : รองรับโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ที่ต้องพัฒนาให้ทันสมัย
- พนักงานขายหน้าร้าน : ยังคงเป็นส่วนสำคัญในภาคบริการแม้จะมีการแข่งขันจากช่องทางออนไลน์
ในขณะที่อาชีพสายเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และ Machine Learning วิศวกร Fintech และผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลขนาดใหญ่เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่สุดในเชิงเปอร์เซ็นต์
เทรนด์ที่น่าสนใจ: Gen Z กับ Conscious Unbossing
เทรนด์ที่น่าสนใจในปี 2568-2569 คือการที่คนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z เริ่มปฏิเสธการเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้างาน หรือที่เรียกว่า Conscious Unbossing เนื่องจากมองว่าความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นไม่คุ้มกับสุขภาพจิตที่เสียไปและเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย พวกเขาเลือกที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อรักษา Work-life Balance มากกว่าการไต่เต้าในโครงสร้างองค์กรแบบเดิม
ทักษะที่ Gen Z ต้อง "คว้า" เพื่ออนาคต
AI Literacy ไม่ใช่แค่การใช้เป็น แต่ต้องใช้อย่างฉลาด การเข้าใจขีดจำกัดของ AI จริยธรรม และการตรวจสอบผลลัพธ์ กลายเป็นทักษะที่นายจ้างต้องการมากกว่าแค่การเขียน Prompt เบื้องต้น รวมถึงการเรียนรู้ทักษะที่ AI เลียนแบบไม่ได้ เช่น ความฉลาดทางอารมณ์ การคิดเชิงวิพากษ์ และการเจรจาต่อรองที่ซับซ้อน
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือการเลิกยึดติดกับใบปริญญาเพียงอย่างเดียว แต่ให้สะสมทักษะเฉพาะทางที่ตลาดต้องการจริง เช่น ด้านความยั่งยืนหรือ ESG และการจัดการข้อมูล โลกการทำงานในปี 2569 จึงไม่ใช่เรื่องของการวิ่งให้เร็วกว่าเครื่องจักร แต่คือการที่มนุษย์คอยควบคุมเครื่องจักรอย่างมีชั้นเชิง และทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตกลายเป็นเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน