วิกฤติน้ำมันตะวันออกกลางจ่อฉุด GDP ไทยโตต่ำกว่า 1% TISCO แนะใช้ประกันปิดความเสี่ยงการเงิน
วิกฤติน้ำมันฉุด GDP ไทยโตต่ำ 1% TISCO แนะใช้ประกัน

วิกฤติน้ำมันตะวันออกกลางจ่อฉุด GDP ไทยโตต่ำกว่า 1% TISCO แนะใช้ประกันปิดความเสี่ยงการเงิน

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ออกมาเตือนว่า วิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งจะฉุดให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้เติบโตต่ำกว่า 1% พร้อมซ้ำเติมภาระค่าครองชีพและความเปราะบางทางการเงินของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางและแรงงานที่ต้องแบกรับความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น

วิกฤติน้ำมันดัน GDP ตกต่ำ กระทบเงินเฟ้อและกองทุนเชื้อเพลิง

เมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ TISCO ESU ระบุว่า แม้เดิมคาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวได้ถึง 1.8% จากแรงหนุนการลงทุนภาคเอกชน แต่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ได้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคนี้ถึงครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมด

หากราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นทุก 10% จากระดับ 72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะกระทบ GDP ไทยราว 0.3-0.4% และดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นประมาณ 0.8% ในขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยกำลังเผชิญภาระหนัก รัฐบาลต้องอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลลิตรละเกือบ 20 บาท หรือวันละประมาณ 1,300 ล้านบาท ทำให้สภาพคล่องอาจเหลือเพียงหนึ่งเดือนหากไม่มีการกู้เงินฉุกเฉิน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เมธัสยังชี้ว่า ราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นเป็นขั้นบันได จาก 33 บาทต่อลิตรไปสู่ 35-40 บาท และในกรณีเลวร้ายหากความขัดแย้งยืดเยื้อและทำลายโครงสร้างพื้นฐานการผลิต ราคาอาจทะยานถึง 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตไม่ถึง 1% ในปีนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปัญหาโครงสร้างรุมเร้า ภัยพิบัติและวิกฤติสุขภาพซ้ำเติมความเปราะบาง

นอกจากปัจจัยภายนอก เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเปราะบางเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็น 0.7% ของ GDP ไทยเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง ขณะที่ความร้อนรุนแรงขึ้นอาจลดผลิตภาพแรงงานภาคเกษตรได้ 15-16% ในทศวรรษหน้า

ด้านสาธารณสุข การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดและค่ารักษาพยาบาลที่ปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 10.8% ต่อปี กำลังกลายเป็นระเบิดเวลาของครัวเรือน เมื่อผู้สูงอายุกว่า 73% ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ด้วยเงินอุดหนุนรัฐเพียง 600-1,000 บาทต่อเดือน ภาระจึงตกไปอยู่กับคนวัยทำงานที่เสี่ยงต่อภาวะยากจนฉับพลันจากค่าใช้จ่ายสุขภาพที่พุ่งสูง

TISCO แนะใช้ประกันเป็นเกราะป้องกัน จัดการความเสี่ยงแบบองค์รวม

ภายใต้แรงกดดันรอบด้านที่ซ้อนทับกัน TISCO เน้นว่า การออมหรือทำประกันแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป และต้องปรับกลยุทธ์รับมือความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป กุสุมา ประถมศรีเมฆ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป เสนอให้ครัวเรือนนำแนวคิด "งบดุลทางธุรกิจ" มาใช้ โดยมองครอบครัวเป็นองค์กรที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างทรัพย์สิน หนี้สิน และทุน

TISCO ได้เสนอแนวทาง "3 Save Series" สำหรับการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม ดังนี้

  1. Save ความฝัน ปกป้องอนาคตและทุนของครอบครัว เทียบเท่าการรักษาทุนธุรกิจ
  2. Save ความเสี่ยง ปิดความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดฝัน เช่น ปัญหาสุขภาพหรืออุบัติเหตุ เปรียบเสมือนการควบคุมหนี้สิน
  3. Save ทรัพย์สิน ปกป้องฐานะความเป็นอยู่ ไม่ให้ความมั่งคั่งสะสมสูญสลายจากวิกฤติ

โดย TISCO จะให้คำปรึกษาเชิงรุกเพื่อช่วยแต่ละครอบครัวออกแบบเกราะป้องกันผ่านการทำ ประกันที่เหมาะสมกับบริบทเฉพาะ ซึ่งกำลังกลายเป็นกลไกบริหารความเสี่ยงจำเป็นแทนที่จะเป็นเพียงเครื่องมือทางการเงินทางเลือก