วิริยะประกันภัยปรับเกณฑ์รับประกันรถ EV หลังเบี้ยพุ่งสูงกว่ารถสันดาป 20%
วิริยะประกันภัยปรับเกณฑ์รับประกันรถ EV หลังเบี้ยพุ่งสูง (05.03.2026)

วิริยะประกันภัยปรับเกณฑ์รับประกันรถ EV หลังเบี้ยพุ่งสูงกว่ารถสันดาป 20%

วิริยะประกันภัย ประกาศแผนควบคุมความเสี่ยงประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเข้มงวด หลังเผยเบี้ยประกันรถ EV สูงกว่ารถยนต์สันดาปภายในถึง 20% ในปี 2569 โดยตั้งเป้าเบี้ยรับรวมไว้ที่ 44,646 ล้านบาท พร้อมชูกลยุทธ์ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven) และนวัตกรรมบริการเพื่อความยั่งยืนของพอร์ตประกันภัย

ผลงานโดดเด่นและเป้าหมายใหม่ในปี 2569

จากการเปิดเผยของ อมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผลการดำเนินงานในปี 2568 เติบโตอย่างโดดเด่นด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวม 42,923 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5% แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะเติบโตเพียง 2-3% ส่งผลให้บริษัทครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 34 ในด้านประกันภัยรถยนต์ และมีสถานะทางการเงินมั่นคงด้วยอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) สูงถึง 357.21%

สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับตรงรวมที่ 44,646 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 4% แบ่งเป็นด้านรถยนต์ (Motor) 38,865 ล้านบาท และด้านที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) 5,780 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเคลมและการรับประกัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความท้าทายและกลยุทธ์ควบคุมความเสี่ยงรถ EV

ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นกระแสหลัก วิริยะประกันภัยยอมรับความท้าทายเฉพาะตัว เช่น โครงสร้างราคาอะไหล่และค่าแรงที่แตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ ปัจจุบันบริษัทครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ด้วยเบี้ยประกันรวมกว่า 2,800 ล้านบาท หรือ 40% แม้จะประสบภาวะขาดทุนจากการเคลมประมาณ 10%

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เพื่อสร้างความยั่งยืน บริษัทได้ทยอยปรับเบี้ยและเงื่อนไขความคุ้มครองให้เหมาะสมตามความเสี่ยงรายรุ่นและรายยี่ห้อ พร้อมเฝ้าระวังความเสี่ยงด้าน การฉ้อฉลประกันภัย ที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีราคารถ EV มือหนึ่งปรับลดลงอย่างรวดเร็วจนต่ำกว่าทุนประกันเดิม ซึ่งอาจจูงใจให้เกิดมิจฉาชีพได้

นวัตกรรมบริการและกลยุทธ์ Data-Driven

วิริยะประกันภัยวางกลยุทธ์หลัก 3 ด้านในปี 2569 ได้แก่:

  • การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เช่น ระบบ V-Inspection สำหรับตรวจสภาพรถยนต์ด้วย AI และบริการ VClaim on VCall สำหรับเคลมนัดหมายออนไลน์ผ่านวิดีโอคอล
  • การบริหารจัดการฐานข้อมูล (Data-Driven) เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและพฤติกรรมลูกค้าอย่างแม่นยำ
  • การพัฒนาศักยภาพบุคลากรมากกว่า 7,000 คนทั่วประเทศภายใต้นโยบาย ความเป็นธรรมคือนโยบาย

นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งยกระดับคุณภาพงานบริการด้วยแนวทาง One Stop Service ครอบคลุมทุกช่องทาง เช่น ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์สายด่วน 1557 และระบบออนไลน์แบบ Self Service บน LINE Official เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้สะดวกและครบวงจร

แผนพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในอนาคต

บริษัทเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของประชาชนในยุคปัจจุบัน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานด้วยระบบต่าง ๆ เช่น E-Agency สำหรับตัวแทนประกันภัย และบริการ Fast Track Claim สำหรับค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายได้ โดยขับเคลื่อนกลยุทธ์ Data-Driven อย่างต่อเนื่องเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและพัฒนาบริการให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มประกันภัย Motor และ Non-Motor