จ่าย 875 บาทต่อเดือน! ผู้ประกันตนได้สิทธิคุ้มครองอะไรบ้างจากประกันสังคม
จ่าย 875 บาทต่อเดือน ผู้ประกันตนได้สิทธิคุ้มครองอะไรบ้าง

จ่าย 875 บาทต่อเดือน! ผู้ประกันตนได้สิทธิคุ้มครองอะไรบ้างจากประกันสังคม

สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้เผยแพร่ข้อมูลสำคัญผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบ 875 บาทต่อเดือน โดยระบุว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกแบ่งไปดูแลผู้ประกันตนในกรณีต่างๆ อย่างครอบคลุม

ใครต้องจ่ายเงินสมทบเท่าไหร่?

สำหรับผู้ประกันตนที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป จะถูกหักเงินสมทบสูงสุดที่ 875 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ที่มีเงินเดือนต่ำกว่าเกณฑ์นี้ จะจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้างจริง เช่น หากเงินเดือน 10,000 บาท จะจ่ายเพียง 500 บาทต่อเดือน

สิทธิคุ้มครอง 7 กรณีจากเงิน 875 บาท

เงินสมทบที่จ่ายไปทุกเดือนถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก เพื่อดูแลผู้ประกันตนใน 7 กรณี ดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  1. เงินออมชราภาพและสงเคราะห์บุตร (525 บาท) – เป็นก้อนเงินที่ใหญ่ที่สุด
    • สงเคราะห์บุตร: รับเงิน 1,000 บาทต่อเดือนต่อคน จนบุตรอายุครบ 6 ปี
    • เงินออมชราภาพ: นายจ้างสมทบเพิ่มให้อีกเท่าตัว ทำให้มีเงินสะสมสูงถึง 1,050 บาทต่อเดือน เพื่อใช้ในยามเกษียณ
  2. ดูแล 4 กรณีพื้นฐาน (262.50 บาท)
    • เจ็บป่วย: รักษาฟรีตามสิทธิ ไม่จำกัดวงเงิน
    • คลอดบุตร: ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท (ไม่จำกัดครั้ง) + ค่าฝากครรภ์ 1,500 บาท + เงินหยุดงานเพื่อคลอดบุตรสูงสุด 26,250 บาท
    • ทุพพลภาพ: รับเงินทดแทนตลอดชีวิต สูงสุด 8,750 บาทต่อเดือน
    • เสียชีวิต: ค่าทำศพ 50,000 บาท และมีเงินสงเคราะห์ให้ครอบครัว
  3. กรณีว่างงาน (87.50 บาท)
    • รับเงินทดแทน กรณีเลิกจ้าง ร้อยละ 60 ของค่าจ้าง และ กรณีลาออก ร้อยละ 30 ของค่าจ้าง

ถ้าไม่เคยใช้สิทธิเลย เงินจะไปไหน?

หากส่งเงินสมทบไปแล้วไม่เคยใช้สิทธิเลย เงินส่วนใหญ่จะกลายเป็น เงินออมชราภาพ ที่รอคืนให้ในวันที่เกษียณ หรือในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด ทายาทจะได้รับทั้งค่าทำศพ เงินสงเคราะห์ และเงินบำเหน็จชราภาพสะสมทั้งหมด ซึ่งเป็นหลักประกันที่ช่วยให้คนข้างหลังอุ่นใจได้อย่างแน่นอน

ช่องทางสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสังคม สามารถติดต่อได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือโทรสายด่วน 1506 ซึ่งให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง