ธนชาตประกันภัยปรับกลยุทธ์รับเทรนด์คนไทยใช้รถยาวนานขึ้น ขยายอายุรับประกันถึง 30 ปี
ในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายทำให้คนไทยคิดหนักขึ้นกับการใช้จ่ายทุกบาท ธนชาตประกันภัยจึงรุกตลาดประกันรถยนต์ปี 2569 ด้วยการปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความคุ้มครองหลากหลายยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นที่ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ เพื่อให้ราคาเบี้ยประกันถูกลงและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น พร้อมขยายอายุการรับประกันรถยนต์จากเดิมที่ราว 20-25 ปี เป็น 25-30 ปี เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้รถคันเดิมนานขึ้นถึง 10-20 ปี
ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมปี 2569 ที่ 13,000 ล้านบาท เติบโต 11%
วิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้สมาคมประกันวินาศภัยไทยคาดว่าอุตสาหกรรมประกันภัยโดยรวมจะเติบโตเพียง 2.5-3.5% ในปีนี้ แต่บริษัทฯ ยังตั้งเป้าหมายท้าทายด้วยการคาดการณ์เบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 13,000 ล้านบาท ซึ่งหมายถึงการเติบโตสูงถึง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน กลยุทธ์นี้ขับเคลื่อนจากการศึกษาความต้องการลูกค้า (Customer Insight) ที่พบว่าไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการใช้รถเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะแนวโน้มการใช้รถคันเดิมยาวนานขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังออกแบบความคุ้มครองขนาดเล็กลงเพื่อรองรับลูกค้าที่อาจมีสภาพการเงินไม่คล่องตัวสูง พร้อมเปิดให้ผ่อนชำระเบี้ยประกัน 0% นาน 10 เดือน ในกรณีที่เบี้ยถึงเงื่อนไขที่กำหนด สิ่งนี้สะท้อนความพยายามทำให้ประกันภัยเป็นเรื่องเข้าถึงง่ายในยุคที่ผู้บริโภคต้องบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ
เปิดตัวประกันรถยนต์ 4 รูปแบบใหม่ เริ่มขาย 1 เม.ย. 69
ผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ใหม่ที่ปรับปรุงแล้วจะเริ่มขายในวันที่ 1 เมษายน 2569 ผ่าน 4 แบบหลัก ได้แก่
- ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 1 One Save – เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 7,999 บาท
- ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+ ฟิต – เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 5,500 บาท (ตัวอย่างความคุ้มครอง เช่น ซ่อมรถเจ้าของกรมธรรม์กรณีรถชนรถ)
- ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 3+ ฟิต – เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 5,000 บาท (ตัวอย่างความคุ้มครอง เช่น ซ่อมรถเจ้าของกรมธรรม์กรณีรถชนรถ ไม่คุ้มครองกรณีรถหายหรือไฟไหม้)
- ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 3 – เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 2,100 บาท
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ลูกค้าเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับแต่ละรายได้อย่างยืดหยุ่น โดยเฉพาะชั้น 2+ และ 3+ ที่เน้นราคาเบี้ยประกันที่ถูกลง
ขยายตลาดประกันรถยนต์ไฟฟ้าและประกันบ้าน
สำหรับประกันรถยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบันธนชาตประกันภัยรับประกันอยู่ราว 20,000 คัน คิดเป็นเบี้ยประกันรวม 670 ล้านบาท และคาดว่าภายในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นแตะ 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม พอร์ตของบริษัทฯ ยังคงมีสัดส่วนกว่า 90% เป็นประกันภัยรถยนต์ โดยเกินกว่า 50% เป็นประกันรถชั้น 1 รองลงมาคือชั้น 2+
ในปีนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนเดินหน้าขยายตลาดประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ เช่น ประกันบ้าน (ประกันอัคคีภัย) เนื่องจากเห็นโอกาสเติบโตสูง จากข้อมูลที่ประเทศไทยมีบ้านจดทะเบียนรวม 25 ล้านหลัง แต่มีเพียง 8% ที่มีประกันภัยบ้าน
กลยุทธ์รักษาฐานลูกค้าเดิมและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์หลักของธนชาตประกันภัยคือการมุ่งเน้นรักษาฐานลูกค้าเดิมอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต การพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มที่มีเบี้ยประกันไม่สูงหรือ Small Budget Product ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ประกันภัยเข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 11,672 ล้านบาท เติบโต 1.55% และมีกำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท พร้อมอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) ที่ 537.7% และสินทรัพย์รวม 17,465 ล้านบาท สิ่งนี้แสดงถึงความมั่นคงทางการเงินที่พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ใหม่ในปี 2569



