UAE ถอนตัว OPEC นับถอยหลังกลุ่มแตก? สะเทือนราคาน้ำมันโลก-กระทบไทยแค่ไหน
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศถอนตัวจากกลุ่มโอเปก (OPEC) และโอเปกพลัส (OPEC+) ซึ่งรวมถึงรัสเซีย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ท่ามกลางความไม่สงบในตะวันออกกลางจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลกที่เปราะบางอีกครั้ง
แถลงการณ์ของ UAE ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศ รวมถึงการเร่งรัดการลงทุนในการผลิตพลังงานภายในประเทศ
กลุ่มโอเปกมีสัดส่วนการผลิตน้ำมันรวมกัน 36-38% ของโลก และควบคุมน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้วเกือบ 80% ของโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2503 โดย 5 ประเทศผู้ผลิตน้ำมัน ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน อิรัก คูเวต และเวเนซุเอลา ปัจจุบันโอเปกมีสมาชิก 12 ประเทศ รวมถึง UAE ที่เข้าร่วมตั้งแต่ปี 2510 ปัจจุบัน UAE เป็นผู้ผลิตน้ำมันมากเป็นอันดับ 3 ของกลุ่ม รองจากซาอุดีอาระเบียและอิรัก โดยผลิตตามโควตาที่ 3.2-3.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่มีศักยภาพในการผลิตสูงถึง 4.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแผนผลิตเกิน 5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีต่อๆ ไป
UAE เป็นแหล่งนำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของไทย โดยในปี 2568 ไทยนำเข้าพลังงานจาก UAE เป็นอันดับ 1 มูลค่ากว่า 416,060.06 ล้านบาท คิดเป็น 28.87% ของการนำเข้าทั้งหมด
ผลกระทบต่อราคาน้ำมัน
รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กล่าวว่า เหตุผลหลักที่ UAE ถอนตัวคือต้องการผลิตน้ำมันเต็มศักยภาพที่ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยไม่ถูกจำกัดโควตาที่ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมถึงต้องการนำเงินมาซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายจากการโจมตีของอิหร่าน
ผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกอาจไม่เห็นทันที แต่คาดว่าราคาจะปรับตัวลดลงในอนาคต เนื่องจากปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้น แต่อาจไม่มากนัก เนื่องจาก UAE ผลิตได้เพิ่มประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นเพียง 2% ของการผลิตทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดจากความขัดแย้ง และท่อส่งน้ำมันไปยังฟูไจราห์ได้รับความเสียหาย คาดว่าต้องใช้เวลา 6-12 เดือนในการซ่อมแซม ดังนั้นแนวโน้มราคาน้ำมันจะชัดเจนขึ้นใน 5-6 เดือนหลังจากนี้
โอกาสโอเปกล่มสลาย
รศ.ดร.อัทธ์ มองว่า การถอนตัวของ UAE ส่งผลต่อเสถียรภาพของโอเปก แต่อาจไม่ถึงขั้นล่มสลายในทันที ก่อนหน้านี้มีสมาชิกถอนตัวไปแล้ว เช่น อินโดนีเซียและกาตาร์ การถอนตัวในสภาวะสงครามส่งผลเชิงจิตวิทยาว่ากลุ่มโอเปกและกลุ่ม GCC ขาดเอกภาพ สัดส่วนการผลิตลดลง อำนาจต่อรองในการกำหนดราคาน้ำมันลดลง เปิดทางให้สหรัฐฯ หรือรัสเซียมีบทบาทมากขึ้น หากมีประเทศถอนตัวเพิ่ม เช่น อิรักหรือคูเวต จนเหลือแค่ซาอุดีอาระเบีย โอเปกก็จะไร้ความหมาย
ประเทศที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก มากกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ส่วนใหญ่ใช้ในประเทศ แต่สหรัฐฯ กำลังส่งเสริมให้บริษัทน้ำมันของตนไปดำเนินการในต่างประเทศ เช่น เวเนซุเอลา ซึ่งถือเป็นการส่งออกทางอ้อม
ผลกระทบต่อสงครามอิหร่าน
การถอนตัวของ UAE ไม่ได้กระทบต่อสถานการณ์สงครามโดยตรง เนื่องจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นไม่มากพอที่จะเปลี่ยนสมดุล อิหร่านต้องการให้ราคาน้ำมันสูง แต่สหรัฐฯ ต้องการให้ราคาลดลง การผลิตของ UAE ช่วยลดราคาได้บ้างแต่ไม่มาก
ผลกระทบต่อประเทศไทย
รศ.ดร.อัทธ์ มองว่า ไทยอาจได้ประโยชน์ เนื่องจากสามารถเจรจาซื้อขายน้ำมันกับ UAE ได้โดยตรง โดยไม่ต้องอ้างอิงราคาหรือเงื่อนไขของโอเปก ไทยเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ซื้อขายกันมานาน จึงอาจได้ราคาที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ยังติดเงื่อนไขช่องแคบฮอร์มุซ หากไทยต้องการเพิ่มการนำเข้า ต้องเจรจากับอิหร่านเพื่อเปิดทางให้เรือขนส่งจาก UAE



