SPRC ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ มุ่งเป็นผู้นำพลังงานยั่งยืน พร้อมเผยผลประกอบการปี 2568 แข็งแกร่ง
SPRC ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ มุ่งเป็นผู้นำพลังงานยั่งยืน

SPRC ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ มุ่งเป็นผู้นำพลังงานยั่งยืน พร้อมเผยผลประกอบการปี 2568 แข็งแกร่ง

บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมคุณภาพสูงและประกอบกิจการโรงกลั่นน้ำมันชั้นนำในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้ประกาศวิสัยทัศน์องค์กรใหม่ โดยมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็น "ผู้นำด้านพลังงาน ขับเคลื่อนการเติบโตสู่อนาคตอย่างยั่งยืน" ผ่านพันธกิจหลักในการส่งมอบพลังงานด้วยกระบวนการที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ พร้อมให้คำมั่นต่อพนักงานและสังคมทุกภาคส่วนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์หลักเพื่อความแข็งแกร่งทางการเงินและการลงทุน

นายเฮอร์เบิร์ต แมทธิว เพนน์ ที่ 2 ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการของ SPRC เปิดเผยว่า การบูรณาการธุรกิจที่ผ่านมาได้เสริมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อสร้างมูลค่าให้กับองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยกลยุทธ์หลักจะมุ่งเน้นรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น พร้อมลงทุนเชิงกลยุทธ์ในเวลาที่เหมาะสม ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่การกลั่นสู่การตลาด รวมทั้งการเสริมศักยภาพของกระแสเงินสดจากการเติบโตอย่างมีกำไรของธุรกิจการตลาด

ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 และปี 2568 ที่น่าประทับใจ

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 4/2568 SPRC มีรายได้รวม 1,778.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิ 33.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะมีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันอันเนื่องมาจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบระหว่างไตรมาส อัตรากำไรขั้นต้นของกิจการ SPRC ไม่รวมผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน ในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 10.43 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 6.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในไตรมาส 3/2568

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ส่วนผลการดำเนินงานในปี 2568 SPRC มีรายได้รวม 7,317.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิ 78.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 31.6% จากปีก่อน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SPRC ในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดหาวัตถุดิบและบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับการดำเนินงานและเสริมสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยสนับสนุนและแนวโน้มในอนาคต

การเพิ่มประสิทธิภาพในหลายด้าน เช่น การเสริมสร้างประสิทธิภาพในกระบวนการนำเข้าน้ำมันดิบ การขนส่ง และการผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ตลอดจนการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดการสร้างมูลค่า (Enterprise Value Capture) ในไตรมาส 4/2568 เป็นจำนวน 13.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2568 อยู่ที่ 54.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ค่าการตลาดที่แข็งแกร่งของธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมผสานกับการเพิ่มยอดขายในประเทศยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการ

การปรับวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินธุรกิจในครั้งนี้ มีเป้าหมายในการบูรณาการองค์กรเป็นหนึ่งเดียวในอนาคต ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน การเพิ่มประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับความท้าทายและโอกาสในอุตสาหกรรมพลังงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว