ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ทั้งระยะ 1 ปีและ 5 ปี ในวันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2567 โดย LPR 1 ปีลดลง 10 เบสิสพอยต์ จาก 3.45% เหลือ 3.35% ขณะที่ LPR 5 ปีลดลง 10 เบสิสพอยต์ จาก 3.95% เหลือ 3.85% ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งแรกในรอบหลายเดือน สะท้อนความพยายามของทางการจีนในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว
รายละเอียดการปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR
การปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากธนาคารกลางจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดย LPR 1 ปีเป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับสินเชื่อภาคครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็ก ขณะที่ LPR 5 ปีเป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งการปรับลดครั้งนี้จะช่วยลดภาระหนี้ของประชาชนและภาคธุรกิจ
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีน
นักวิเคราะห์มองว่าการปรับลดดอกเบี้ย LPR ครั้งนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจจีนที่กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เช่น วิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอ และการฟื้นตัวที่ไม่สม่ำเสมอหลังโควิด-19 โดยการลดดอกเบี้ยจะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมและกระตุ้นการลงทุนและการบริโภค
นายจาง จุน นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยกล่าวว่า “การปรับลด LPR ในครั้งนี้สอดคล้องกับความคาดหวังของตลาด และเป็นการส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางจีนยังคงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ”
ปฏิกิริยาจากตลาดการเงิน
ตลาดหุ้นจีนตอบสนองเชิงบวกต่อข่าวการปรับลดดอกเบี้ย โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ตลาดตราสารหนี้ก็ปรับตัวลดลงตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาดูมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากรัฐบาลจีน
การปรับลด LPR ครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่สอง ซึ่ง GDP ขยายตัวเพียง 4.7% ต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลที่ตั้งไว้ที่ 5% สำหรับปี 2567
แนวโน้มในอนาคต
ธนาคารกลางจีนอาจปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคต หากเศรษฐกิจยังคงชะลอตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงเป็นปัจจัยถ่วงหลัก อย่างไรก็ตาม การปรับลดดอกเบี้ยอาจส่งผลให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ธนาคารกลางต้องคำนึงถึง



