จีนประกาศใช้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ณ วันที่ 1 มกราคม 2568 โดยกฎหมายนี้ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 กฎหมายฉบับใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติและความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยเน้นการป้องกัน ปราบปราม และจัดการกับภัยคุกคามด้านการก่อการร้ายอย่างครอบคลุม
รายละเอียดของกฎหมายฉบับใหม่
กฎหมายฉบับใหม่นี้ประกอบด้วย 10 หมวด จำนวน 84 มาตรา ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดนิยามของการก่อการร้าย มาตรการป้องกัน การสอบสวน การปราบปราม การจัดการทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมายได้กำหนดให้มีการจัดตั้งหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายในระดับชาติและระดับท้องถิ่น เพื่อประสานงานและดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรการป้องกันที่เข้มงวดขึ้น
กฎหมายฉบับใหม่ได้เพิ่มมาตรการป้องกันที่เข้มงวดขึ้น เช่น การตรวจสอบความปลอดภัยในสถานที่สาธารณะ การควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อป้องกันการเผยแพร่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย และการกำหนดให้องค์กรต่างๆ มีหน้าที่รายงานข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ นอกจากนี้ กฎหมายยังได้กำหนดบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับผู้ที่ให้การสนับสนุนทางการเงินหรือทรัพยากรแก่กลุ่มก่อการร้าย
การปราบปรามและการดำเนินคดี
ในส่วนของการปราบปราม กฎหมายได้ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการดำเนินการสอบสวนและจับกุมผู้ต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถใช้มาตรการพิเศษ เช่น การตรวจค้น การยึดทรัพย์สิน และการควบคุมตัว โดยไม่ต้องมีหมายศาลในกรณีเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังคงมีบทบัญญัติเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องสงสัย เช่น การให้สิทธิในการพบทนายความและการแจ้งข้อกล่าวหาภายในระยะเวลาที่กำหนด
ความร่วมมือระหว่างประเทศ
กฎหมายฉบับใหม่ยังเน้นความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านการก่อการร้าย โดยกำหนดให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง การส่งผู้ร้ายข้ามแดน และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางอาญา ซึ่งเป็นไปตามอนุสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ จีนได้ลงนามในอนุสัญญาต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศหลายฉบับแล้ว
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
การประกาศใช้กฎหมายนี้ได้รับการตอบรับจากนานาชาติในหลายทิศทาง บางประเทศแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในเรื่องของการควบคุมตัวและการใช้อินเทอร์เน็ต ขณะที่บางประเทศแสดงความเห็นชอบว่ากฎหมายนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนยืนยันว่ากฎหมายนี้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและมีความจำเป็นในการปกป้องความมั่นคงของชาติ



