กบน. ประกาศอัตราเงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ทันที 23 เมษายน 2569
คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 51 เพื่อกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีเป้าหมายหลักในการรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไม่ให้สูงเกินไป และบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน การประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
รายละเอียดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง
สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตภายในราชอาณาจักรเพื่อใช้ภายในประเทศ ได้มีการกำหนดอัตราดังนี้:
- กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์: น้ำมันเบนซินต้องส่งเงินเข้ากองทุนที่ 10.42 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ส่งเข้ากองทุน 3.13 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 ส่งเข้ากองทุน 1.94 บาทต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์ E20 ได้รับการชดเชยจากกองทุน 2.05 บาทต่อลิตร
- กลุ่มดีเซลหมุนเร็วธรรมดา: ได้รับการชดเชย 2.32 บาทต่อลิตร
- ดีเซล B20: ได้รับการชดเชย 8.97 บาทต่อลิตร
- กลุ่มดีเซลพรีเมียม: ต้องส่งเงินเข้ากองทุนที่ 1.50 บาทต่อลิตร
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้ภายในประเทศด้วย โดยการปรับอัตราเหล่านี้เป็นไปตามกรอบนโยบายเพื่อชะลอการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน
วัตถุประสงค์และผลกระทบของนโยบาย
การประกาศฉบับนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก การชดเชยสำหรับน้ำมันดีเซลและ B20 ในอัตราที่สูงขึ้น เช่น ดีเซล B20 ที่ได้รับชดเชย 8.97 บาทต่อลิตร คาดว่าจะช่วยลดราคาขายปลีกและส่งผลดีต่อภาคการขนส่งและอุตสาหกรรมที่ใช้เชื้อเพลิงเหล่านี้เป็นหลัก
นโยบายนี้ยังสอดคล้องกับความพยายามของรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยการชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อครัวเรือนและธุรกิจต่างๆ



