“พีระพันธุ์” ชี้ทางรอดวิกฤตพลังงานไทย เสนอรัฐซื้อโรงกลั่นคุมราคาน้ำมัน
พีระพันธุ์ชี้ทางรอดวิกฤตพลังงานไทย เสนอรัฐซื้อโรงกลั่น

“พีระพันธุ์” ชี้ทางรอดวิกฤตพลังงานไทย เสนอรัฐซื้อโรงกลั่นคุมราคาน้ำมัน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในงานเสวนาวิชาการ “สงคราม พลังงาน แรงงานไทย” หัวข้อ “จะทำอย่างไรถ้าคนไทยถูกปล้น” จัดโดยมูลนิธิทนง โพธิ์อ่าน ณ ห้องราชา โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยเขาได้ชี้ให้เห็นถึงวิกฤตพลังงานของประเทศไทยและเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ

โครงสร้างพลังงานเอื้อทุน ส่งผลกระทบต่อประชาชน

นายพีระพันธุ์ระบุว่า โครงสร้างพลังงานของไทยยังมีลักษณะเอื้อกลุ่มทุน ทั้งในด้านกฎหมายและกลไกราคา ซึ่งส่งผลให้ภาระต้นทุนตกอยู่กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานและผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เขาเน้นย้ำว่า “ปัญหาพลังงานไทยไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องโครงสร้างและกฎหมายที่ยังเอื้อบางกลุ่มมากกว่าประชาชนส่วนใหญ่” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าแม้รัฐจะมีอำนาจตามกฎหมายหลายมาตรา แต่กลับเลือกไม่ใช้และมักอ้างข้อจำกัดต่างๆ ทั้งที่ในความเป็นจริงยังมีเครื่องมือทางกฎหมายอีกจำนวนมากที่สามารถนำมาใช้ได้

เสนอระบบ Cost Plus และรัฐซื้อกิจการโรงกลั่น

ในประเด็นโครงสร้างราคา นายพีระพันธุ์ชี้ว่าค่าการกลั่นน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาควรได้รับการพิจารณาอย่างโปร่งใส โดยเขาเสนอให้ใช้ระบบ Cost Plus และเปิดเผยต้นทุนจริง ทั้งราคาน้ำมันดิบ ค่าการกลั่น และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความบิดเบือนของราคาในระบบ นอกจากนี้ เขายังเสนอให้ภาครัฐมีบทบาทมากขึ้นในกิจการพลังงานบางส่วน เช่น การกำกับดูแลโรงกลั่น เพื่อดูแลระดับราคาพลังงานให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม พร้อมระบุว่าการอ้างอิงราคาจากต่างประเทศ เช่น ราคาตลาดสิงคโปร์ ไม่สามารถสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในประเทศได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายพีระพันธุ์เผยต่อว่าภาพรวมพลังงานไทยยังพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าในภาพรวม และกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง “รัฐบาลควรปรับปรุงโครงสร้างกฎหมาย และทบทวนนโยบายการค้าเสรีด้านพลังงาน เพราะความมั่นคงของประเทศต้องมาก่อน และหากจำเป็นรัฐควรเข้าซื้อกิจการโรงกลั่น เพื่อควบคุมราคาขายน้ำมันให้เป็นธรรมต่อประชาชน”

ผลกระทบต่อกลุ่มแรงงานและแนวทางป้องกันตนเอง

ส่วนกลุ่มแรงงาน เช่น ไรเดอร์ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ต้องแบกรับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รายได้ไม่ได้ปรับเพิ่มในอัตราเดียวกัน สะท้อนถึงความไม่สมดุลของระบบพลังงานในปัจจุบัน นายพีระพันธุ์ได้เสนอแนวคิดให้ประชาชนป้องกันตัวเองจากระบบพลังงานที่ไม่เป็นธรรม โดยกลุ่มไรเดอร์และผู้ประกอบอาชีพขนส่งสามารถรวมกลุ่มจัดหาน้ำมันใช้เอง เพื่อลดต้นทุนจากโครงสร้างภาษีและกระบวนการของรัฐที่ซับซ้อน พร้อมส่งเสริมให้ชุมชนสามารถผลิตน้ำมันใช้เองจากขยะ เช่น พลาสติกหรือยางรถยนต์เก่า

เตือนวิกฤตพลังงานส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่

ในตอนท้าย นายพีระพันธุ์ยังได้เตือนว่า วิกฤตพลังงานมีแนวโน้มส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังภาคเศรษฐกิจ ทั้งก๊าซ ปุ๋ย และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง จึงควรเร่งทบทวนโครงสร้างอย่างจริงจัง เพื่อบรรเทาภาระประชาชนและสร้างความสมดุลในระบบระยะยาว เขาย้ำว่าการแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและความกล้าหาญของรัฐบาลในการดำเนินนโยบายที่โปร่งใสและเป็นธรรม