น้ำมันดิบโลกพุ่ง 7.5% หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซซ้ำ หวั่นสงครามลุกลาม
น้ำมันดิบโลกพุ่ง 7.5% หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ

น้ำมันดิบโลกพุ่งแรง 7.5% หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซซ้ำ หวั่นสงครามลุกลาม

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงอีกครั้ง โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 7.5% หลังอิหร่านกลับมาปิดกั้นการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบสำคัญของโลก ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจปะทุขึ้นอีกครั้ง

ตลาดพลังงานตื่นตระหนกจากความเสี่ยงสงคราม

รายงานข่าวระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นมาตรฐานหลักของตลาดโลก เพิ่มขึ้นราว 7% มาอยู่ที่ 96.88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 3,530 บาท หลังจากที่เมื่อวันศุกร์เพิ่งปิดตลาดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสของสหรัฐฯ ก็เพิ่มขึ้น 7.5% เช่นกัน อยู่ที่ 90.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือราว 3,290 บาท

ความไม่แน่นอนเรื่องการเปิดเส้นทางยังคงสูง โดยยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าเรือชาติใดจะสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้บ้าง หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบอีกครั้งในวันเสาร์ จากข้อมูลติดตามเรือเดินทะเลพบว่า ตลอดวันอาทิตย์ ไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันลำใดสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เลย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและเศรษฐกิจโลก

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นและการเงินสหรัฐฯ โดยสัญญาล่วงหน้าดัชนีดาวโจนส์ลดลง 451 จุด หรือ 0.91% ขณะที่เอสแอนด์พี 500 และแนสแด็กลดลงราว 0.8% นักวิเคราะห์มองว่า หากช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดต่อเนื่อง ราคาพลังงานโลกอาจพุ่งสูงขึ้นอีกระลอก และเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีหลัง

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงในภูมิภาคใกล้สิ้นสุดลง ทำให้ตลาดพลังงานกังวลอย่างมากว่าสงครามอาจลุกลามเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงในวันซื้อขายล่าสุด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว