รมว.พลังงานยืนยันมติ กบง. ลดค่าโรงกลั่นจาก 2 บาท เป็น 5 บาทต่อลิตร มีผล 24 เม.ย.นี้
รมว.พลังงานยืนยันลดค่าโรงกลั่นเป็น 5 บาท มีผลพรุ่งนี้

รมว.พลังงานยืนยันมติ กบง. ลดค่าโรงกลั่นจาก 2 บาท เป็น 5 บาทต่อลิตร มีผล 24 เม.ย.นี้

วันนี้ (23 เม.ย.2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งที่ 2 ซึ่งมีมติสำคัญในการปรับลดค่าโรงกลั่นน้ำมันจากเดิมที่กำหนดไว้ที่ลิตรละ 2 บาท เป็น 5 บาทต่อลิตร โดยมติดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (24 เม.ย.2569) เป็นต้นไป

รายละเอียดการประชุมและผลกระทบ

การประชุม กบง. ในครั้งนี้ได้มีการหารือถึงมาตรการต่างๆ ในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของค่าโรงกลั่นซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันปลายทาง นายเอกนัฏ กล่าวย้ำว่าการลดค่าโรงกลั่นลงเหลือ 5 บาทต่อลิตรนี้ เป็นไปเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนและภาคธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังมีการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอุดหนุนน้ำมันดีเซล โดยจะเพิ่มการสนับสนุนเป็นลิตรละ 2.32 บาท สำหรับน้ำมันดีเซล B20 ซึ่งจะทำให้ราคาขายปลีกอยู่ที่ประมาณ 8.97 บาทต่อลิตร มาตรการนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้พลังงานทางเลือกและลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สถานะน้ำมันสำรองและกองทุนพลังงาน

ในส่วนของสถานะน้ำมันสำรองของประเทศ นายเอกนัฏ เปิดเผยว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการบริโภคภายในประเทศเป็นระยะเวลา 112 วัน ซึ่งถือเป็นระดับที่มั่นคงและสามารถรองรับความต้องการได้ในระยะสั้นถึงกลาง

อย่างไรก็ตาม กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงมีสถานะติดลบอยู่ที่ประมาณ 6.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการงบประมาณและความจำเป็นในการหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบพลังงาน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มาตรการทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงการคลังได้เตรียมพร้อมที่จะออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินจำนวน 5 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ รวมถึงโครงการคนละครึ่งที่คาดว่าจะมีการลงทะเบียนอีกครั้งในเดือนพฤษภาคมนี้

นอกจากนี้ รัฐบาลยังยืนยันว่ายังไม่มีแผนที่จะปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในช่วงเวลานี้ เพื่อไม่ให้สร้างภาระเพิ่มเติมให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ

การตัดสินใจของ กบง. ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดการนโยบายพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเป็นหลัก