แม่ฮ่องสอน ดีเซลราคาพุ่งลิตรละ 40.50 บาท หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบต้นทุนสูง
แม่ฮ่องสอน ดีเซลราคาพุ่งลิตรละ 40.50 บาท เร่งตรวจสอบ

แม่ฮ่องสอนเผชิญวิกฤตราคาดีเซลพุ่งลิตรละ 40.50 บาท หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบต้นทุนสูง

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เกิดกรณีราคาน้ำมันดีเซลในจังหวัดแม่ฮ่องสอนปรับตัวสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยจำหน่ายในราคาลิตรละ 40.50 บาท ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐอย่างพลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอนและพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอนต้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที หลังได้รับรายงานจากประชาชนเกี่ยวกับราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ต้นทุนหน้าคลังสูงเป็นปัจจัยหลัก กระทบผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน

จากการตรวจสอบพบว่า ปั๊มน้ำมันห้างหุ้นส่วนจำกัด ทรัพย์พะยอม ในตำบลบ้านกาศ อำเภอแม่สะเรียง ซึ่งเป็นจุดจำหน่ายที่ราคาดีเซลพุ่งสูงนั้น ได้รับน้ำมันจากผู้ค้าส่งคือห้างหุ้นส่วนจำกัด รุ่งนภาออยล์ แอนด์ทรานสปอร์ต ในจังหวัดลำปาง โดยมีต้นทุนดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 39.50 บาท จากราคาหน้าคลังที่ 39.40 บาท

นายอดุลย์ พยอมดง เจ้าของกิจการปั๊มทรัพย์พะยอม เปิดเผยว่า ต้องบวกเพิ่มค่าบริหารจัดการต่างๆ เช่น ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าภาษีท้องถิ่น และค่าพนักงาน ประมาณลิตรละ 1-1.10 บาท จึงทำให้ขายในราคาลิตรละ 40.50 บาท เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เขายังระบุว่า ปั๊มได้รับผลกระทบจากราคาต้นทุนที่สูงขึ้นมาก โดยเฉพาะเบนซินที่ไม่สามารถสั่งจำหน่ายได้ เนื่องจากรัฐไม่ได้ตรึงราคาช่วยเหมือนปั๊มใหญ่ๆ อย่าง ปตท. หรือ PT ทำให้ต้องแบกรับภาระสูงกว่าเดิม

หน่วยงานรัฐยืนยันราคาไม่เกินจริง แต่เตือนห้ามกักตุนหรือเอารัดเอาเปรียบ

นายภวิศ เวียงนา วิศวกรปฏิบัติการของพลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวหลังการลงพื้นที่ว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพบว่า ปั๊มดังกล่าวขายน้ำมันตามต้นทุนที่ได้รับจากหน้าคลัง ซึ่งสูงถึง 39.40 บาท หากขายตามราคาที่รัฐตรึงไว้ก็จะขาดทุนอย่างแน่นอน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทางด้านว่าที่ ร.ต.หญิง ธนวรรณ ชินชัยวุธ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และแผนงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นนี้เป็นไปตามต้นทุนบวกค่าบริหารจัดการลิตรละ 1.10 บาท ไม่ใช่การขึ้นราคาเกินความเป็นจริง

อย่างไรก็ตาม ทางพาณิชย์จังหวัดได้แนะนำให้ปั๊มปิดป้ายราคาชัดเจนและไม่กักตุนสินค้า ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มาตรา 29 และ 30 ซึ่งห้ามการกักตุนหรือขายเกินราคาที่กำหนด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค โดยผู้ฝ่าฝืนอาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ชาวบ้านยังใช้ได้แม้ราคาแพง ผู้ประกอบการเผชิญความเสี่ยงปิดกิจการชั่วคราว

ที่น่าสนใจคือ แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงใช้บริการได้ โดยบางส่วนให้ความเห็นว่า "น้ำมันแพง ดีกว่าไม่มีน้ำมัน" แสดงถึงความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายอดุลย์ เผยว่า หากสถานการณ์ราคาต้นทุนยังสูงต่อไป อาจต้องพิจารณาปิดปั๊มชั่วคราวภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ เนื่องจากแบกรับภาระไม่ไหว แต่ขณะนี้ยังมีกลุ่มลูกค้าประจำที่พร้อมสนับสนุนและยอมรับการปรับขึ้นราคา ทำให้ตัดสินใจสู้ต่ออีกระยะหนึ่ง

ทั้งนี้ ทางพลังงานจังหวัดจะติดตามสาเหตุที่ราคาหน้าคลังสูงขึ้นต่อไป และรอนโยบายจากส่วนกลางเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบในขั้นตอนต่อไป