เอกนัฏ เผย กบง. 23 เม.ย. เตรียมหั่นค่าการกลั่นลงอีกกว่า 2 บาท พร้อมประกาศราชกิจจาฯ ทันที
เอกนัฏ เตรียมประชุม กบง. 23 เม.ย. หั่นค่าการกลั่นลงกว่า 2 บาท

เอกนัฏ เผย กบง. 23 เมษายนนี้ เตรียมหั่นค่าการกลั่นลงอีกกว่า 2 บาท พร้อมประกาศราชกิจจาฯ ทันที

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายนนี้ เวลา 09.00 น. จะมีการนัดประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งที่ 2 เพื่อพิจารณาปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นลงอีกกว่า 2 บาท โดยตั้งใจว่าเมื่อประชุมแล้วจะสามารถประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ทันที เพื่อให้มีการปรับลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มในวันศุกร์ที่ 24 เมษายน

แผนการปรับลดราคาและชดเชยกองทุนน้ำมัน

การประชุมในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อลดค่าการกลั่นน้ำมัน ซึ่งคาดว่าจะลดลงมากกว่า 2 บาท โดยส่วนหนึ่งของเงินที่ได้จากการปรับลดจะถูกนำไปใช้ชดเชยการขาดทุนของกองทุนน้ำมัน กระทรวงพลังงาน นายเอกนัฏย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่ภาคเอกชนจะยอมหรือไม่ยอม แต่เป็นการประเมินจากสถานการณ์จริงที่ตลาดโลกอยู่ในภาวะไม่ปกติ

เขาอธิบายว่า ราคาหน้าโรงกลั่นที่ผูกกับประเทศสิงคโปร์ได้เพิ่มขึ้นสูงกว่าต้นทุนที่แท้จริงอย่างมาก ทำให้จำเป็นต้องให้เอกชนมาชี้แจงต้นทุนจริง เพื่อกำหนดอัตราที่เหมาะสม ซึ่งจะไม่ทำให้เอกชนขาดทุน แต่ก็ไม่ควรได้กำไรเกินเหตุในช่วงวิกฤต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มการลดค่าการกลั่นในอนาคต

นายเอกนัฏยังเผยว่า มีแนวโน้มที่ค่าการกลั่นจะลดลงมากกว่า 2 บาทในอนาคต เนื่องจากตัวเลขเดิมที่ 2 บาทมาจากข้อมูลเดือนมีนาคม และปัจจุบันอยู่ในช่วงที่ไม่ปกติที่มีกฎหมายห้ามส่งออกน้ำมัน ทำให้น้ำมันที่ถูกกลั่นต้องใช้ในประเทศ คณะกรรมการจึงต้องควบคุมราคาในประเทศให้เกิดความเป็นธรรม

เขาย้ำว่า ในเดือนเมษายนที่ราคาขึ้นไปถึง 15 บาท แนวโน้มก็ต้องปรับลดลงกว่านี้ เพื่อสร้างสมดุลในตลาดและบรรเทาภาระให้กับผู้บริโภค

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลการลดราคาน้ำมันที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เนื้อหาคัดสรรคุณภาพโดยยืนยันว่า ราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มได้ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา รวม 4 ครั้ง เป็นจำนวน 8.84 บาทแล้ว ซึ่งเป็นผลจากการใช้กลไกการตลาดและการปรับราคาหน้าโรงกลั่นอย่างมีประสิทธิภาพ

การประชุม กบง. ในวันที่ 23 เมษายนนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการดำเนินนโยบายพลังงานที่มุ่งเน้นความโปร่งใสและความเป็นธรรม เพื่อให้ราคาน้ำมันสะท้อนต้นทุนจริงและไม่สร้างภาระเกินจำเป็นต่อประชาชน