รัฐมนตรีพลังงานเผยแผนปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ มิ.ย.นี้ ลดภาระผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย
ปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ มิ.ย. ลดภาระผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย

รัฐมนตรีพลังงานเผยแผนปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ มิ.ย.นี้ ลดภาระผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย

วันนี้ (23 เมษายน 2569) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ตอบกระทู้ถามสดจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม ที่มีการปรับค่าเอฟที (FT) เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาระค่าใช้จ่ายในภาคครัวเรือนของประชาชนทั่วประเทศ

แผนเร่งด่วนลดค่าไฟฟ้าในรอบบิลเดือนมิถุนายน

นายเอกนัฏชี้แจงต่อที่ประชุมว่า รัฐบาลรับทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนและปัจจัยลบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตพลังงาน อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานได้กำหนดแนวทางแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยแผนการเร่งด่วนคือการเสนอปรับโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้สามารถเริ่มบังคับใช้โครงสร้างราคาใหม่ได้ทันทีในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569

สาระสำคัญของมาตรการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าที่จะนำเสนอนั้น มุ่งเน้นไปที่การลดภาระให้กับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน ซึ่งครอบคลุมประชาชนประมาณ 14 ล้านครัวเรือนจากทั้งหมด 20 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐบาลมีนโยบายที่จะกดราคาค่าไฟฟ้าในส่วน 200 หน่วยแรกให้เหลือเพียง 3 บาทต่อหน่วย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการนี้จะครอบคลุมถึงผู้ที่ใช้ไฟเกิน 200 หน่วยด้วยเช่นกัน โดยจะได้รับการลดหย่อนในอัตราดังกล่าวสำหรับ 200 หน่วยแรกที่ใช้งาน เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนกลไกราคาตลาดจนเกินไปในขณะที่มีวิกฤตพลังงานโลก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลักดันโซลาร์เซลล์เป็นทางเลือกหลักเพื่อพลังงานยั่งยืน

นอกจากมาตรการลดราคาค่าไฟฟ้าโดยตรงแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังได้เสนอแนวทางเชิงรุกด้วยการส่งเสริมให้ภาคครัวเรือนที่มีการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 200 หน่วยขึ้นไป หันมาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาหรือโซลาร์รูฟท็อป เพื่อผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เอง

รัฐบาลจะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนผ่านกลไกต่าง ๆ ได้แก่ การจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับติดตั้ง การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการลดหย่อนค่าใช้จ่าย และการกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ในอัตราพิเศษ

นายเอกนัฏอธิบายเพิ่มเติมถึงระบบ เน็ตบิลลิ่ง (Net Billing) ว่ารัฐบาลมีแนวคิดจะรับซื้อไฟฟ้าจากประชาชนในอัตรา 2.20 บาทต่อยูนิต ซึ่งเป็นอัตราที่จูงใจมากกว่าการรับซื้อจากโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนให้บ้านเรือนกลายเป็นโรงไฟฟ้าของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมูลค่าไฟฟ้าที่จำหน่ายคืนเข้าระบบจะนำไปลดทอนค่าไฟฟ้าในรอบบิลนั้น ๆ

มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และความมั่นคงทางพลังงาน

มาตรการนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทยในการก้าวไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และเป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับครัวเรือน

ในส่วนของปัญหาราคาน้ำมัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานย้ำว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้าบริหารจัดการเพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการไม่ละเลยภารกิจในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศใหม่ทั้งหมด

มองว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือสัญญาณเตือนให้ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและพลังงานในอนาคต โดยตั้งเป้าที่จะผลักดันการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้สอดรับกับการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ที่จะเกิดขึ้น