นักวิเคราะห์และกูรูด้านการเงินคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาหรือเฟดมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน 2567 ซึ่งจะส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนต่างชาติเริ่มทยอยเข้าซื้อสินทรัพย์ในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย เนื่องจากมองว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมก่อนที่ดอกเบี้ยสหรัฐจะลดลง
ปัจจัยหนุนค่าเงินบาท
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าในระยะสั้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมเดือนกันยายน 2567 นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะตลาดแรงงานและภาคการผลิต ยังเป็นปัจจัยกดดันให้เฟดต้องผ่อนคลายนโยบายการเงิน ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าและเงินบาทแข็งค่าขึ้น
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าทุนที่มีราคาถูกลง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาระหนี้สินของภาคธุรกิจและครัวเรือนที่มีหนี้เป็นสกุลเงินต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง เนื่องจากสินค้าไทยมีราคาแพงขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น
แนวโน้มระยะต่อไป
นักวิเคราะห์มองว่า หากเฟดปรับลดดอกเบี้ยตามคาด เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรืออาจแข็งค่าไปถึง 34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ภายในสิ้นปี 2567 อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา ได้แก่ สถานการณ์การเมืองในประเทศและนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยที่อาจปรับลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้
มุมมองนักลงทุน
นายศรชัย เตชะวิบูลย์ นักวิเคราะห์อิสระ กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าซื้อพันธบัตรและหุ้นไทยมากขึ้น เนื่องจากมองว่าอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของไทยยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสหรัฐที่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง ทำให้เงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดการเงินไทยมากขึ้นและเป็นปัจจัยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น
ข้อแนะนำสำหรับธุรกิจ
ผู้ประกอบการควรเตรียมรับมือกับความผันผวนของค่าเงิน โดยเฉพาะผู้ส่งออกที่ควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง เช่น การทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) หรือการใช้สิทธิเลือกซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Options) เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ ควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐและนโยบายการเงินของเฟดอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้เหมาะสม



