ค่าเงินบาทเปิดเช้าแข็งค่าสูงแตะ 32.48 บาทต่อดอลลาร์ หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย
เงินบาทแข็งค่าสูง 32.48 บาทต่อดอลลาร์ หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย

ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้แข็งค่าขึ้นอย่างมากอยู่ที่ระดับ 32.48 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นจากระดับปิดของวันก่อนหน้าที่ 33.04 บาทต่อดอลลาร์ โดยการแข็งค่าของเงินบาทในครั้งนี้สะท้อนถึงภาวะความผันผวนสูงที่ยังคงมีอยู่ในตลาดการเงิน ซึ่งในช่วงนี้เงินบาทมีการแกว่งตัวอยู่ในกรอบกว้างระหว่าง 32.10 ถึง 33.06 บาทต่อดอลลาร์

ปัจจัยผลักดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุนจาก Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การแข็งค่าของเงินบาทในเช้าวันนี้มีสาเหตุหลักมาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาได้ออกมาแถลงผ่าน Truth Social ว่า ได้สั่งให้กองทัพสหรัฐฯ ชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หลังจากที่ใกล้จะครบกำหนดเส้นตาย 48 ชั่วโมงตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งหากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบ Hormuz

ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า การเลื่อนการโจมตีดังกล่าวเป็นผลมาจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝั่งทางการอิหร่านได้ออกมาระบุว่า ยังไม่ได้มีการเจรจาแต่อย่างใดกับทางฝั่งสหรัฐฯ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อตลาดการเงินและแนวโน้มค่าเงิน

ภาพดังกล่าวได้ทำให้ผู้เล่นในตลาดคลายความกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางลงบ้าง ซึ่งสะท้อนผ่านการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลักลง ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และตามด้วยการแข็งค่าขึ้นของบรรดาสกุลเงินหลัก รวมถึงเงินบาทด้วย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ขณะเดียวกัน ราคาทองคำ (XAUUSD) สามารถทยอยปรับตัวสูงขึ้นเหลือโซน 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หลังปรับตัวลงรุนแรงในช่วงระหว่างวัน แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงสูงอยู่ ร่วมกับการปรับสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาดบางส่วน ทำให้การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำได้ชะลอลง กดดันให้เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงและทดสอบโซนแนวต้านที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์อีกครั้ง

แนวโน้มและคำแนะนำสำหรับนักลงทุน

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทในระยะข้างหน้า ยังคงมุมมองเดิมว่า แนวโน้มเงินบาทยังเสี่ยงเผชิญความผันผวนแบบ Two-Way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางเป็นหลัก

นายพูนได้ย้ำว่า ผู้เล่นในตลาดควรประเมินแนวโน้มการเคลื่อนไหวของเงินบาทแบบ Scenario Analysis และควรเตรียม Play Book ให้พร้อมรับมือกับทุก Scenario อีกทั้งควรพิจารณาใช้เครื่องมืออย่างกลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

โดยมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30 ถึง 32.80 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผันผวนที่ยังคงมีอยู่สูงในตลาด

ข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนและตลาดคริปโต

สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคาร ณ วันที่ 23 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 33.000 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ โดยอัตราแลกเปลี่ยนประจำวันในสกุลเงินหลักมีดังนี้

  • ดอลลาร์สหรัฐ (USD): อัตราซื้อ 32.7014 บาท, อัตราขาย 33.0943 บาท
  • ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP): อัตราซื้อ 43.4157 บาท, อัตราขาย 44.3023 บาท
  • ยูโร (EUR): อัตราซื้อ 37.6712 บาท, อัตราขาย 38.4041 บาท
  • เยนญี่ปุ่น (JPY): อัตราซื้อ 20.3036 บาท, อัตราขาย 20.9787 บาท
  • ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD): อัตราซื้อ 4.1609 บาท, อัตราขาย 4.2377 บาท

ในส่วนของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ราคาเหรียญหลักยังคงมีการเคลื่อนไหว โดยบิตคอยน์ (BTC) อยู่ที่ 2,300,108.01 บาท ปรับขึ้น 2.71%, อีเธอเรียม (ETH) อยู่ที่ 69,600.00 บาท ปรับขึ้น 2.85%, ดอจคอยน์ (DOGE) อยู่ที่ 3.03 บาท ปรับขึ้น 1.37%, คาร์ดาโน (ADA) อยู่ที่ 8.45 บาท ปรับขึ้น 1.81%, บินานซ์คอยน์ (BNB) อยู่ที่ 20,724.09 บาท ปรับขึ้น 0.32%, และคิวบ์ (KUB) อยู่ที่ 28.99 บาท ปรับขึ้น 0.14%