เงินบาทเปิดเช้าอ่อนค่าที่ 32.40 บาท/ดอลลาร์ จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง
เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 32.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อย จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 32.31 บาทต่อดอลลาร์ ตามข้อมูลจากนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลต่อพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่เสี่ยงทวีความรุนแรงและอาจยืดเยื้อมากขึ้น
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดการเงิน
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อตลาดการเงินในช่วงนี้คือ สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะหลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะ Kharg ของอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการขนส่งน้ำมันของอิหร่าน โดยกว่า 90% ของการส่งออกน้ำมันของอิหร่านอาศัยพื้นที่ดังกล่าว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อราคาพลังงานโลกและส่งผลกระทบต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (FED)
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์ยังคงได้รับอานิสงส์จากการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ท่ามกลางความกังวลดังกล่าว สำหรับสัปดาห์นี้และระยะสั้น ผู้เล่นในตลาดควรจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมรอลุ้นผลการประชุมธนาคารกลางหลัก ได้แก่ FED, ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ), ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB)
มุมมองเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มดอกเบี้ย
ฝั่งสหรัฐฯ: การประชุม FOMC เดือนมีนาคมนี้ คาดว่า FED อาจคงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50%-3.75% ตามเดิม เพื่อรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่อาจมีการปรับคาดการณ์เศรษฐกิจเล็กน้อย เช่น ปรับลดอัตราการเติบโตเศรษฐกิจปี 2026 และปรับเพิ่มอัตราเงินเฟ้อจากผลกระทบราคาพลังงาน ผู้เล่นในตลาดยังรอจับตาถ้อยแถลงของประธาน FED Jerome Powell อย่างใกล้ชิด
ฝั่งยุโรป: คาดว่า BOE และ ECB อาจคงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75% และ 2.00% ตามลำดับ เนื่องจากความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่อาจกดดันเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ตลาดประเมินว่า BOE อาจขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปี 2026 ส่วน ECB อาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง
ฝั่งเอเชีย: ธนาคารกลางส่วนใหญ่อาจคงดอกเบี้ยเพื่อรอประเมินสถานการณ์ แต่คาดว่า RBA ของออสเตรเลียอาจปรับขึ้นดอกเบี้ย +25bps สู่ระดับ 4.10% ส่วน BOJ ของญี่ปุ่นอาจคงดอกเบี้ยที่ 0.75% แต่ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยต่อได้ เนื่องจากเงินเยนอ่อนค่าหนักและราคาพลังงานสูงขึ้น
แนวโน้มเงินบาทและกลยุทธ์การลงทุน
สำหรับแนวโน้มเงินบาท โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทยังคงมีกำลังอยู่ และหากประเมินจากความผันผวนที่สูงกว่าปกติ เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ภายใน 1 เดือนนี้ อย่างไรก็ดี เงินบาทเสี่ยงผันผวนแบบ Two-Way ตามพัฒนาการในตะวันออกกลาง และต้องจับตาโฟลว์ธุรกรรมของผู้ส่งออกที่อาจทยอยขายเงินดอลลาร์แถวโซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บ้าง
ในเชิงเทคนิค เงินบาทได้กลับมาอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าลง และหากประเมินจากกราฟ daily เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงต่อเนื่องโดยอาจมีเป้าแถวโซน 33.00-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ 32.39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากราคาปิดวันศุกร์ที่ 32.30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากดอลลาร์แข็งค่าจากสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้นักลงทุนหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย
กรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้คาดที่ระดับ 31.90-33.00 บาท/ดอลลาร์ ส่วนกรอบ 24 ชั่วโมงข้างหน้าคาดที่ 32.25-32.55 บาท/ดอลลาร์ สำหรับกลยุทธ์แนะนำ: USD/THB ทยอยซื้อที่ 32.30/ขาย 32.60, EUR/THB ซื้อ 36.90/ขาย 37.30, JPY/THB ซื้อ 0.2015/ขาย 0.2055
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พบว่านักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 4,870.02 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 6,628 ล้านบาท สะท้อนถึงความกังวลในตลาดการเงินไทยท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน



