มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรปแล้ว เปิดตลาดพรีเมียม 27 ประเทศ
มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรป (21.02.2026)

มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรปแล้ว เปิดประตูสู่ตลาดพรีเมียม 27 ประเทศ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ของไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่เวทีสากล

ผลกระทบเชิงบวกต่อการค้าและเศรษฐกิจ

การขึ้นทะเบียนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและผู้นำเข้าต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่สำคัญของไทยที่มีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้าและขยายโอกาสทางการค้าไปยังประเทศสมาชิก 27 ประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ สเปน เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก ไอร์แลนด์ และเดนมาร์ก

มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีกลายเป็นสินค้า GI รายการแรกของจังหวัดราชบุรีที่ได้รับความคุ้มครองในต่างประเทศ และเป็น GI ไทยลำดับที่ 5 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในสหภาพยุโรป ต่อจากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง กาแฟดอยตุง และกาแฟดอยช้าง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อมูลการผลิตและมูลค่าทางเศรษฐกิจ

แหล่งผลิตมะพร้าวน้ำหอมราชบุรีอยู่ในพื้นที่ 7 อำเภอของจังหวัดราชบุรี ได้แก่ อำเภอเมืองราชบุรี ดำเนินสะดวก วัดเพลง บ้านโป่ง บางแพ ปากท่อ และโพธาราม ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศและดินน้ำที่เหมาะสม ทำให้มะพร้าวมีเอกลักษณ์เด่นคือน้ำหวานหอมคล้ายใบเตย เนื้อหนานุ่ม และให้ผลผลิตตลอดทั้งปี

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อมูลปี 2568 ระบุว่า จังหวัดราชบุรีมีผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมประมาณ 550 ล้านลูก มูลค่าจำหน่ายในประเทศ 276 ล้านบาท และมูลค่าส่งออกทั่วโลกกว่า 5,244 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลกอย่างชัดเจน

นโยบายการส่งเสริมสินค้า GI ของรัฐบาล

รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญากำลังเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านการส่งเสริมสินค้า GI ควบคู่กับการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพและการสนับสนุนช่องทางตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ปัจจุบัน ไทยมีสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนในต่างประเทศแล้วรวม 11 รายการ ครอบคลุม 33 ประเทศ

รัฐบาลจะเร่งผลักดันสินค้า GI ไทย โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและสินค้าเกษตรซึ่งเป็น Soft Power สำคัญของประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน สร้างโอกาสทางการค้าใหม่ และยกระดับรายได้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นในระยะยาวอย่างยั่งยืน