อุทัยธานีเผชิญวิกฤตค่าครองชีพ ไข่ไก่-น้ำดื่มขยับราคา ร้านใหญ่หนองฉางตรึงราคาช่วยประชาชน
สถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในจังหวัดอุทัยธานีกำลังน่าเป็นห่วง หลังพบการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของไข่ไก่และน้ำดื่มบรรจุขวด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลตำบลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง ซึ่งผู้ประกอบการร้านจำหน่ายรายใหญ่ยังคงพยายามตรึงราคาขายเดิมไว้ให้นานที่สุด เพื่อบรรเทาภาระให้กับผู้บริโภค แม้ต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นรอบด้าน
ไข่ไก่ปรับราคาจากสภาพอากาศร้อนจัด
จากการสำรวจราคาจำหน่ายไข่ไก่ในปัจจุบัน พบความแตกต่างตามขนาด โดยไข่ไก่เบอร์ 1 ขายในราคาแผงละ 120 บาท ไข่ไก่เบอร์ 2 แผงละ 110 บาท และไข่ไก่เบอร์ 3 แผงละ 100 บาท นอกจากนี้ ราคาที่มีการประกาศปรับล่าสุดอยู่ที่ประมาณฟองละ 3 บาท 66 สตางค์ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก สาเหตุหลักมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้แม่ไก่ออกไข่ลดลง โดยเฉพาะไข่ขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
น้ำดื่มบรรจุขวดเสี่ยงปรับราคาจากต้นทุนขนส่ง
ในส่วนของน้ำดื่มบรรจุขวด นายโกศล นาดำ เจ้าของร้าน "เล็กไข่สด" ซึ่งเปิดขายน้ำดื่มบรรจุขวดด้วย เปิดเผยว่า ปัจจุบันรับมาต้นทุนแพ็คละ (600 มิลลิลิตร 12 ขวด) 21 บาท และจำหน่ายแพ็คละ 22 บาท หากราคาน้ำมันมีการปรับขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งจะเพิ่มขึ้นทันทีประมาณ 50 สตางค์ต่อแพ็ค ซึ่งอาจทำให้ร้านจำเป็นต้องพิจารณาปรับราคาขายตามสถานการณ์จริง
ผลกระทบ "สองเด้ง" จากราคาน้ำมันพุ่ง
นายโกศล ระบุว่า หากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อราคาไข่ไก่ในลักษณะ "สองเด้ง" คือกระทบทั้งจากค่าขนส่งสินค้าและต้นทุนอาหารสัตว์ที่มีแนวโน้มปรับตัวตามราคาพลังงาน แม้ว่าปัจจุบันลูกค้าจะยังคงซื้อไข่ไก่ตามปกติเนื่องจากเป็นอาหารหลัก แต่เริ่มมีการบ่นเรื่องราคาที่แพงขึ้น
เรียกร้องรัฐบาลเร่งดูแลราคาน้ำมัน
ผู้ประกอบการได้ฝากถึงภาครัฐให้เร่งเข้ามาดูแลบริหารจัดการราคาน้ำมัน เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง สำหรับทางร้านเองหากฟาร์มมีการปรับราคาขึ้นไม่มากนัก ก็จะยังคงตรึงราคาไว้เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคต่อไป แต่หากต้นทุนปรับสูงขึ้นจนแบกรับไม่ไหวก็จำเป็นต้องปรับราคาตามความเหมาะสม
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก การตรึงราคาโดยผู้ประกอบการเป็นความพยายามที่น่ายกย่อง แต่หากไม่มีมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาล อาจนำไปสู่การปรับราคาสินค้าที่สูงขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้



