วิกฤตมะพร้าวน้ำหอมไทย ราคาดิ่งเหว ชาวสวนเดือดร้อนหนัก ถูกทุนต่างชาติกดราคา
วิกฤตมะพร้าวน้ำหอมไทย ราคาดิ่งเหว ชาวสวนเดือดร้อน

วิกฤตมะพร้าวน้ำหอมไทย ราคาดิ่งเหว ชาวสวนน้ำตาตก ถูกทุนต่างชาติกดราคาไร้กฎหมายควบคุม

สถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมไทยกำลังเผชิญวิกฤตรุนแรง ชาวสวนหลายรายน้ำตาตก เนื่องจากราคารับซื้อดิ่งเหวทุกวัน จากเดิมที่เคยขายได้ลูกละเกือบ 10 บาท ปัจจุบันเหลือเพียงลูกละ 3-5 บาทเท่านั้น สวนทางกับต้นทุนค่าปุ๋ยและค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้น สาเหตุหลักมาจากการกดราคาของล้งต่างชาติ ที่กำหนดราคารับซื้อเองตามใจชอบโดยไร้กฎหมายควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เจอคู่แข่งเวียดนามตัดราคา

นอกจากปัญหาจากภายในแล้ว เกษตรกรไทยยังเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อต้องเผชิญกับการแข่งขันจากมะพร้าวน้ำหอมเวียดนาม ที่ผลิตออกมาตัดราคามะพร้าวไทยอย่างหนัก สถานการณ์นี้กลายเป็นเผือกร้อนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ ต้องออกมาแอคชั่นอย่างเร่งด่วนก่อนที่ชาวสวนมะพร้าวจะล้มหายตายจากไป

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรียก 10 หน่วยงานประชุมด่วน

ล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 10 หน่วยงาน เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำและการตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่ประกอบกิจการล้งผลไม้อย่างเร่งด่วน หน่วยงานเหล่านี้ประกอบด้วย:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • กรมวิชาการเกษตร
  • กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
  • กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
  • กรมสรรพากร
  • กรมการจัดหางาน
  • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
  • สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
  • กรมการค้าภายใน
  • กรมการค้าต่างประเทศ
  • กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

วิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอมไทยจากรุ่งสู่ร่วง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้แจกแจงรายละเอียดห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอมไทยที่ส่งผลให้ราคาผันผวนหนัก พร้อมเปิดแนวทางการแก้ปัญหาระยะสั้น-กลางเพื่อกระตุ้นราคาให้อยู่เหนือจุดคุ้มทุน โดยเน้นการรักษาตลาดส่งออกเดิม เพิ่มเติมตลาดใหม่ ฟื้นฟูตลาดเก่า ลดการผูกขาด และรักษามาตรฐานคุณภาพ

นายพูนพงษ์ นัยนาภารณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้วิเคราะห์โครงสร้างมะพร้าวน้ำหอมไทยแบบครบวงจร พบว่าผลผลิตแบ่งเป็น 2 ขนาดหลัก:

  1. ขนาดมาตรฐานส่งออก (หน้าสวนลูกละ 4-5 บาท) คิดเป็น 30% ของผลผลิตทั้งหมด
  2. ขนาดตกเกรดมาตรฐาน (หน้าสวนลูกละ 2 บาท) คิดเป็น 70% ของผลผลิตทั้งหมด

ไทยเสียตลาดจีนให้คู่แข่ง เหลือส่วนแบ่งเพียง 48%

ปัญหาสำคัญคือไทยกำลังเสียตลาดส่งออกหลักอย่างจีนให้กับคู่แข่ง โดยในปี 2566 ไทยเคยครองส่วนแบ่งตลาดจีนสูงถึง 75% แต่ในปี 2568 ลดลงเหลือเพียง 48% เท่านั้น สาเหตุมาจากการขยายพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมพร้อมกันหลายพื้นที่ ส่งผลให้ผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ

ข้อมูลเชิงลึกแสดงให้เห็นว่า:

  • ปี 2564: พื้นที่ปลูก 235,903 ไร่ ผลผลิต 532,942 ตัน
  • ปี 2568: พื้นที่ปลูกเพิ่มเป็น 305,706 ไร่ ผลผลิตพุ่งถึง 877,681 ตัน (เพิ่มขึ้น 49.80% จากปีก่อน)
  • มูลค่าการส่งออกลดลงจาก 9,888.92 ล้านบาทในปี 2566 เหลือเพียง 6,456.52 ล้านบาทในปี 2568

ทุนต่างชาติควบคุมห่วงโซ่ โรงงานไทยแบกภาระต้นทุนสูง

ปัญหายังทวีความรุนแรงจากกลุ่มทุนต่างชาติหรือนอมินีที่ลงทุนครบวงจร ตั้งแต่การเช่าเหมาสวน โรงผลิต โรงบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการขนส่งและส่งออก ทำให้สามารถควบคุมราคารับซื้อและขายได้อย่างเบ็ดเสร็จ ในขณะที่โรงงานของคนไทยต้องแบกภาระต้นทุนที่สูงกว่าในการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลต่างๆ

สินค้าปลอมปนทำลายชื่อเสียงมะพร้าวน้ำหอมแท้

อุปสรรคใหญ่ที่ซ้ำเติมวิกฤตคือปัญหาสินค้าปลอมปน เช่น การเติมน้ำตาล แต่งกลิ่น หรือผสมน้ำมะพร้าวพันธุ์อื่นแต่แจ้งว่าเป็นมะพร้าวน้ำหอม 100% ส่งผลให้มะพร้าวน้ำหอมแท้ขายไม่ได้ โรงงานไทยสู้ราคาถูกไม่ได้ และผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับรสชาติมะพร้าวไทย จนไทยเสียชื่อเสียงในตลาดโลก

แนวทางแก้ปัญหาระยะสั้น-กลาง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเสนอแนวทางแก้ไขหลายประการ:

  • ภาคการเกษตร: จัดระบบบริหารจัดการควบคุมการขยายพื้นที่ปลูก ป้องกันภาวะล้นตลาด และสนับสนุนเงินทุนให้เกษตรกรบำรุงสวน
  • ภาคการผลิต: บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ตรวจสอบสิ่งแวดล้อม แรงงาน ราคารับซื้อ และโครงสร้างผู้ถือหุ้น
  • ภาคการตลาด: รักษาตลาดเดิม หาตลาดใหม่ ฟื้นฟูตลาดเก่า ลดการผูกขาด และรณรงค์การบริโภคภายในประเทศ
  • การปกป้องมาตรฐาน: แยกพิกัดศุลกากรระหว่างน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้กับมะพร้าวผสม และปราบปรามสินค้าปลอมอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์พร้อมให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรไทยและผู้ประกอบการไทยเพื่อก้าวข้ามวิกฤตในครั้งนี้ โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ภาคเกษตรและธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นใจและเป็นธรรม