ชาวสวนปาล์มฯ ร้องราคาตก-ปลดล็อกส่งออก อภิสิทธิ์รับปากดันกฎหมายปาล์มน้ำมันทั้งระบบ
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับหนังสือจากนายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มแห่งประเทศไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำและให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกรชาวสวนปาล์ม
ข้อเรียกร้องจากชาวสวนปาล์ม
นายมนัส กล่าวว่า ตัวแทนชาวสวนปาล์มมาขอให้ช่วยติดตามสถานการณ์ปาล์มที่ถูกกดราคาในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ เพื่อให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรมในการขายผลผลิต ที่ลงทุนมาเป็นปีๆ พอผลผลิตออกมากลับถูกกดราคาซื้อ พร้อมขอให้ผ่อนคลายมาตรการส่งออกน้ำมันปาล์มทันที และการส่งเสริมประกาศใช้น้ำมันไบโอดีเซล B10 ให้เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐานทันที
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ปฏิรูปสู่โครงสร้างราคาปาล์มคุณภาพสัมพันธ์ และพัฒนาการผลิตไบโอดีเซลจากเอทานอล โดยรัฐบาลต้องเปลี่ยนจากรัฐสั่งการ เป็นรัฐสวัสดิการ และขอเสนอให้รัฐบาลยุติการทุบราคาปาล์มทั้งระบบ โดยมีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเป้าหมายผ่านระบบบัตรส่วนลด หรือสวัสดิการรัฐ มุ่งเป้าไปยังกลุ่มเปราะบาง และผู้ที่มีรายได้น้อยโดยตรง
การตอบรับจากอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหานี้ สส. ทุกพรรคไม่ได้นิ่งนอนใจ มี สส. เกือบทุกพรรคพูดถึงการบริหารจัดการสินค้าเกษตรในปัจจุบัน เราเข้าใจว่ารัฐบาลต้องบริหารจัดการทุกด้าน ทั้งในด้านผู้บริโภค การขยับราคาสินค้าขึ้น ต้องดูเรื่องไม่ให้ขาดแคลน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกรณีการส่งออกปาล์มน้ำมันต้องขออนุญาต กลับมีการทุบราคารับซื้อลงมา
เขายืนยันว่า จะติดตามให้ พรรคจะผลักดันกฎหมายให้เข้ามาดูปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร โดยจะเสนอกฎหมายต่อสภาต่อไป
สถานการณ์ราคาปาล์มน้ำมัน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม เป็นที่น่าสังเกตว่าตลอดระยะเวลา 1 เดือน ราคาปาล์มน้ำมันก่อนที่กระทรวงพาณิชย์จะออกมาตรการควบคุมให้ขออนุญาตการส่งออกปาล์มน้ำมัน มีราคารับซื้อที่ลานเท และโรงงานหนีบปาล์มที่ราคากิโลกรัมละ 9 บาท แต่ภายหลังกระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการดังกล่าวเพียงแค่ 1 เดือน ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันตกลงเหลือกิโลกรัมละ 5.50 - 6 บาท
สถานการณ์นี้สวนทางกับความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในกลุ่มเกษตรกรที่หันมาใช้น้ำมันไบโอดีเซล B10 และ B20 ขณะที่ทิศทางของรัฐเองก็ไม่ชัดเจนว่าจะสนับสนุนส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B10 ให้เป็นน้ำมันทางเลือกพื้นฐานให้แพร่หลายยิ่งขึ้น เพื่อทดแทนน้ำมันดีเซลที่มีราคาแพงที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง



