กรมวิชาการเกษตรเตรียมแผนตรวจสอบทุเรียนส่งออกจีนปี 2569 สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและคุณภาพ
กรมวิชาการเกษตรได้เตรียมแผนการตรวจสอบทุเรียนส่งออกไปยังประเทศจีนในปี 2569 โดยเรียกประชุมนายตรวจพืชและผู้เกี่ยวข้องจากทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านการตรวจสอบและคุณภาพความปลอดภัยของทุเรียนไทย
การประชุมชี้แจงแนวทางปฏิบัติงาน
นางสาวปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมชี้แจงแนวทางปฏิบัติงานในการตรวจทุเรียนส่งออกไปจีนสำหรับฤดูกาลส่งออกปี 2569 แก่ผู้ปฏิบัติงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การประชุมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงแนวทาง ขั้นตอน และหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ครอบคลุมทุกด้านที่สำคัญ
- การตรวจศัตรูพืช เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของแมลงและโรคพืช
- การควบคุมสารตกค้าง จากยาฆ่าแมลงและสารเคมีทางการเกษตร
- การรับรองสุขอนามัยพืช ตามมาตรฐานสากลและข้อกำหนดของจีน
- มาตรการจัดการกรณีที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด เพื่อป้องกันปัญหาการถูกระงับการนำเข้าหรือการเพิ่มมาตรการเข้มงวดจากประเทศคู่ค้า
แนวโน้มการส่งออกทุเรียนไทยไปจีน
การส่งออกทุเรียนไทยไปจีนมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีจำนวนการส่งออกทั้งสิ้น 58,072 ชิปเมนต์ ปริมาณ 939,892.34 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 150,278.59 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพทุเรียนไทย
อย่างไรก็ตาม ยังพบประเด็นท้าทายสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข เช่น ปัญหาทุเรียนอ่อน การตกค้างของสารเคมี และการตรวจพบศัตรูพืช ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของตลาดได้
บทบาทของสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรทำหน้าที่กำกับดูแลการส่งออกทุเรียนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
- การตรวจสอบศัตรูพืชก่อนการส่งออกและการตรวจปิดตู้สินค้า
- การออกใบรับรองสุขอนามัยพืช
- การติดตามและแก้ไขปัญหากรณีได้รับการแจ้งเตือนจากประเทศคู่ค้า
การดำเนินงานนี้อยู่ภายใต้กรอบพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตลอดจนข้อกำหนดตามพิธีสารไทย-จีน และมาตรการต่าง ๆ ที่กรมวิชาการเกษตรได้กำหนด
ความสำคัญของการรักษามาตรฐานคุณภาพ
ทุเรียนเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้ประเทศไทย โดยเฉพาะจีนเป็นตลาดหลักของทุเรียนไทย ดังนั้นการรักษามาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยจึงเป็นหัวใจสำคัญของการขยายตลาดอย่างยั่งยืน
กรมวิชาการเกษตรจึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบ ณ ด่านตรวจพืชและโรงคัดบรรจุ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและประเทศคู่ค้าต่างประเทศในระยะยาวต่อไป



