แม็คโคร-โลตัส รับซื้อหอมหัวใหญ่เชียงใหม่ 6,000 ตัน ช่วยพยุงราคาเกษตรกร
แม็คโคร-โลตัส รับซื้อหอมหัวใหญ่เชียงใหม่ 6,000 ตัน (10.03.2026)

แม็คโคร-โลตัส รับซื้อหอมหัวใหญ่เชียงใหม่ 6,000 ตัน ช่วยพยุงราคาเกษตรกร

ในวันที่ 10 มีนาคม 2569 กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์หอมหัวใหญ่ ซึ่งมีผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ความร่วมมือภาครัฐและเอกชนเพื่อเกษตรกร

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” ได้ขานรับนโยบายภาครัฐอย่างรวดเร็ว โดยเดินหน้ารับซื้อหอมหัวใหญ่ในราคานำตลาด และเร่งกระจายผลผลิตไปยังเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ เพื่อร่วมรักษาเสถียรภาพราคาและดูแลรายได้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

ในปี 2569 นี้ แม็คโคร-โลตัส ตั้งเป้ารับซื้อหอมหัวใหญ่จากจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งสิ้น 6,000 ตัน ซึ่งจะช่วยระบายผลผลิตในช่วงพีคของฤดูกาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งบรรจุภัณฑ์ออกเป็น 2 ขนาดหลัก ได้แก่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ขนาด 1 กิโลกรัม สำหรับผู้บริโภคทั่วไป
  • ขนาด 10 กิโลกรัม สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและธุรกิจบริการอาหาร

การจัดรูปแบบบรรจุภัณฑ์นี้มุ่งเพิ่มความสะดวกและขยายโอกาสทางการตลาดให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า

ปัจจัยกระทบราคาหอมหัวใหญ่

ตัวแทนเกษตรกรอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตลาดหอมหัวใหญ่ในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย เช่น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ความต้องการในตลาดลดลง
  2. ผู้ค้าส่งหลายรายปรับลดการสต๊อกสินค้า
  3. การแข่งขันจากหอมหัวใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ราคาผลผลิตของเกษตรกรปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและแม็คโคร-โลตัส ในการรับซื้อและเร่งกระจายผลผลิตสู่ตลาดในวงกว้าง จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสทางการตลาดและบรรเทาผลกระทบด้านราคาได้อย่างมาก

บทบาทสำคัญของเชียงใหม่ในอุตสาหกรรมหอมหัวใหญ่

จังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งปลูกหอมหัวใหญ่สำคัญของประเทศ คิดเป็นเกือบ 70% ของผลผลิตรวมทั้งประเทศ โดยมีผลผลิตรวมประมาณ 25,000 ตันต่อปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด

ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในครั้งนี้ จึงมีบทบาทสำคัญในการประคับประคองราคาในช่วงต้นฤดูกาล และสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ในพื้นที่