5 อันดับทุเรียน GI สร้างรายได้สูงสุดปี 68 'ทุเรียนชุมพร' นำแชมป์ทำเงิน 4.9 หมื่นล้านบาท
5 อันดับทุเรียน GI สร้างรายได้สูงสุด 'ทุเรียนชุมพร' นำแชมป์

5 อันดับทุเรียน GI สร้างรายได้สูงสุดปี 68 'ทุเรียนชุมพร' นำแชมป์ทำเงิน 4.9 หมื่นล้านบาท

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับทุเรียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทย ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในปี 2568 โดยมีทุเรียนที่ขึ้นทะเบียน GI แล้วทั้งสิ้น 19 รายการ จาก 17 จังหวัดทั่วประเทศ สร้างมูลค่าการตลาดรวมสูงถึง 68,000 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพและคุณภาพของสินค้าเกษตรไทยที่โดดเด่นในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

อันดับ 1: ทุเรียนชุมพร สร้างมูลค่าสูงสุดกว่า 49,000 ล้านบาท

ทุเรียนชุมพรครองตำแหน่งแชมป์ด้วยมูลค่าการตลาดสูงถึง 49,000 ล้านบาท ในแต่ละปีมีผลผลิตเฉลี่ยกว่า 379,000 ตัน ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 80-180 บาทต่อกิโลกรัม แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่สูงและคุณภาพที่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค

อันดับ 2: ทุเรียนทองผาภูมิ กาญจนบุรี สร้างมูลค่ากว่า 6,900 ล้านบาท

ทุเรียนทองผาภูมิจากจังหวัดกาญจนบุรีสร้างมูลค่าการตลาดกว่า 6,900 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 9,224 ตัน ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 100-300 บาทต่อกิโลกรัม และในบางช่วงราคาพุ่งสูงถึง 1,200 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนถึงความพิเศษและความนิยมในตลาดพรีเมียม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

อันดับ 3: ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ สร้างมูลค่ากว่า 3,400 ล้านบาท

ทุเรียนภูเขาไฟจากศรีสะเกษสร้างมูลค่าการตลาดกว่า 3,400 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 19,800 ตัน ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 150-200 บาทต่อกิโลกรัม แสดงถึงคุณภาพที่โดดเด่นจากสภาพแวดล้อมเฉพาะถิ่น

อันดับ 4: ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา สร้างมูลค่ากว่า 2,900 ล้านบาท

ทุเรียนสะเด็ดน้ำจากยะลาสร้างมูลค่าการตลาดกว่า 2,900 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 19,000 ตัน ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 120-180 บาทต่อกิโลกรัม เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของทุเรียน GI ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อันดับ 5: ทุเรียนหมอนทองระยอง สร้างมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท

ทุเรียนหมอนทองจากระยองสร้างมูลค่าการตลาดกว่า 1,600 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตเฉลี่ยมากกว่า 9,400 ตัน ราคาจำหน่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 120-220 บาทต่อกิโลกรัม เน้นย้ำถึงความหลากหลายของทุเรียน GI ในประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีทุเรียน GI อื่นๆ ที่มีชื่อเสียงและเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคอีกหลายรายการ ได้แก่

  • ทุเรียนนนท์
  • ทุเรียนป่าละอู ประจวบคีรีขันธ์
  • ทุเรียนปราจีน
  • ทุเรียนหลงลับแล และทุเรียนหลินลับแลอุตรดิตถ์
  • ทุเรียนสาลิกาพังงา
  • ทุเรียนในวงระนอง
  • ทุเรียนชะนีเกาะช้าง ตราด
  • ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ นครราชสีมา
  • ทุเรียนจันท์
  • ทุเรียนทรายขาว ปัตตานี
  • ทุเรียนทะเลหอย กระบี่
  • ทุเรียนหมอนทองเขาบรรทัด ตราด
  • ทุเรียนบางนรา นราธิวาส

ซึ่งล้วนมีคุณภาพโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม กล่าวเสริมว่า "มูลค่าการตลาดที่สูงของทุเรียน GI นี้เป็นเครื่องยืนยันว่า สินค้า GI ไม่เพียงแต่เป็นสินค้าแห่งคุณภาพ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรและกระจายรายได้สู่ชุมชน ซึ่งกรมจะเดินหน้าส่งเสริมการรักษาและควบคุมคุณภาพ รวมถึงขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ทุเรียน GI ไทยยังคงเป็นสินค้าเกรดพรีเมียมที่สร้างชื่อเสียงและรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน"

ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จของนโยบายส่งเสริมสินค้า GI ของไทย ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์เกษตร แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม