ชาวสวนพิษณุโลกขายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองกิโลละ 2-3 บาท ดีกว่าปล่อยเน่าต้น
ชาวสวนพิษณุโลกขายมะม่วงกิโลละ 2-3 บาท ดีกว่าปล่อยเน่า (17.04.2026)

วิกฤตราคามะม่วงน้ำดอกไม้สีทองตกต่ำ ชาวสวนพิษณุโลกขายกิโลละ 2-3 บาท ดีกว่าปล่อยเน่าต้น

ชาวสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองในจังหวัดพิษณุโลกกำลังเผชิญกับปัญหาราคาตกต่ำอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอวัดโบสถ์ ซึ่งมีเกษตรกรปลูกมะม่วงพันธุ์นี้กระจายอยู่เป็นจำนวนมาก หลายรายต้องประกาศขายผลผลิตในราคาถูกเพียงกิโลกรัมละ 2-3 บาท โดยให้ลูกค้าเดินทางมาเก็บเองที่สวน เนื่องจากไม่มีล้งมารับซื้อถึงที่เหมือนปีก่อนๆ

ชาวสวนเผยรายละเอียดปัญหาการขายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง

นางสาวดวงนภา ภู่ทอง ชาวบ้านน้ำหัก หมู่ 3 ตำบลบ้านยาง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก เจ้าของสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเบอร์ 4 จำนวน 19 ไร่ เปิดเผยว่า ในแต่ละปีสวนของเธอและครอบครัวจะมีผลผลิตมะม่วงออกมาประมาณ 4-5 ตัน โดยปกติจะขายส่งให้กับล้งในราคากิโลกรัมละ 8, 10 หรือ 12 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของผล ส่วนการขายปลีกจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 20, 25 หรือ 30 บาท

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้เธอเผชิญกับปัญหาหนักเนื่องจากไม่มีล้งมารับซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองถึงสวนแต่อย่างใด สาเหตุหลักมาจากภาวะน้ำมันที่ผ่านมา ทำให้เธอและครอบครัวต้องพยายามนำมะม่วงไปขายเองที่ตลาดวัดโบสถ์และตลาดนัดต่างๆ แต่เนื่องจากมะม่วงออกผลผลิตมากเกินไป การขนส่งและขายไม่ทัน จึงตัดสินใจประกาศขายในราคาถูกเพียงกิโลกรัมละ 2 บาท สำหรับมะม่วงทั่วไป และกิโลกรัมละ 3 บาท สำหรับมะม่วงที่ห่อไว้ โดยให้ลูกค้ามาเก็บเองที่สวน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การตอบรับจากชุมชนและความหวังของเกษตรกร

ตลอดทั้งวัน มีชาวบ้านจากอำเภอวัดโบสถ์และจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองไปบริโภคและเป็นของฝากอย่างต่อเนื่อง บางคนใช้รถจักรยานยนต์ขนกลับ บางคนนำรถยนต์ส่วนตัวมา ซึ่งมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองมีขนาดผลประมาณ 2-3 ลูกต่อกิโลกรัม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นางสาวดวงนภาชี้ว่า การขายในราคาถูกเช่นนี้ยังดีกว่าปล่อยให้มะม่วงหล่นจากต้นจนเน่าเสียไปในที่สุด เธอและเกษตรกรรายอื่นๆ หวังว่าปัญหาราคามะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจะหมดไปในเร็ววัน และคาดว่าปีหน้าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ เพื่อให้อาชีพเกษตรกรรมยังคงอยู่รอดได้ต่อไป