กรมประมงเผยศักยภาพปลานิล จากพระราชทานสู่สัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าหมื่นล้าน
ปลานิลไทย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.4 หมื่นล้านบาทต่อปี (21.02.2026)

กรมประมงเผยศักยภาพปลานิล จากพระราชทานสู่สัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าหมื่นล้าน

กรมประมง ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับศักยภาพของ ปลานิล ซึ่งถือเป็นสัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของประเทศไทย โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึงกว่า 1.4 หมื่นล้านบาทต่อปี สร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกรทั่วประเทศ พร้อมขับเคลื่อนห่วงโซ่อุตสาหกรรมอย่างครบวงจร

ปลานิล: สัตว์น้ำเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของไทย

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ระบุว่า ปลานิลเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย โตไว มีเนื้อขาว รสชาติดี โปรตีนสูงและไขมันต่ำ จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง ปลาชนิดนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร การสร้างอาชีพ และรายได้ให้แก่เกษตรกร รวมถึงการขยายผลเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น การขนส่ง การแปรรูปและผลิตภัณฑ์ ปัจจัยการผลิตและอุปกรณ์การเพาะเลี้ยง ตลอดจนการตลาดทั้งในและต่างประเทศ

สถิติการผลิตและมูลค่าทางเศรษฐกิจ

จากสถิติของกรมประมงในปี 2568 พบว่า ประเทศไทยมีฟาร์มผู้เพาะเลี้ยงปลานิลจำนวน 339,489 ฟาร์ม ผลผลิตรวม 273,169 ตัน คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 13,612 ล้านบาท โดยผลผลิตส่วนใหญ่ใช้บริโภคภายในประเทศถึงร้อยละ 98 และส่งออกเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น สำหรับการส่งออกในปีเดียวกัน มีปริมาณ 4,844.7 ตัน คิดเป็นมูลค่า 301.2 ล้านบาท โดยรูปแบบสินค้าที่ส่งออกมากที่สุด ได้แก่ ปลานิลสดแช่แข็ง รองลงมาคือ ปลานิลสดแช่เย็น เนื้อปลานิลแช่แข็ง และปลานิลมีชีวิต ตามลำดับ ตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อิตาลี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไต้หวัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จุดเริ่มต้นจากพระมหากรุณาธิคุณ

ปลานิลมีจุดเริ่มต้นจากพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยทรงพระราชทานปลานิลให้เป็นอาหารและอาชีพแก่พสกนิกรชาวไทย ปลานิลถูกนำเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2508 จากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่น ซึ่งในระยะแรกทรงทดลองเลี้ยงไว้ที่บ่อปลาในสวนจิตรลดา และพบว่าเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตดี จึงพระราชทานชื่อปลาชนิดนี้ว่าปลานิล ต่อมาในวันที่ 17 มีนาคม 2509 ทรงพระราชทานลูกพันธุ์จำนวน 10,000 ตัว ให้กรมประมงนำไปขยายพันธุ์ทั่วประเทศ เพื่อแจกจ่ายให้ราษฎรนำไปเลี้ยงเป็นอาหารและอาชีพ

การพัฒนาสายพันธุ์และสนับสนุนเกษตรกร

นับจากนั้น กรมประมงได้สนับสนุนงานวิจัยในการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ปลานิลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงสัตว์น้ำพันธุ์ดี มีคุณภาพ ให้ผลผลิตและอัตราการรอดตายสูง พร้อมลดต้นทุนการเลี้ยง ยกระดับมาตรฐานฟาร์ม และส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ปัจจุบันมีพันธุ์ปลานิลและปลานิลแดงที่ผ่านการปรับปรุงและกระจายพันธุ์สู่เกษตรกร ได้แก่ จิตรลดา 3 จิตรลดา 4 เร้ด 1 เร้ด 2 และปทุมธานี 1 รวมถึงพันธุ์ที่ปรับปรุงโดยภาคเอกชน

การจัดงานเฉลิมฉลอง 60 ปี ปลานิลพระราชทาน

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กรมประมงร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา สมาคมปลานิลไทย และภาคเอกชน เตรียมจัดงาน 60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย ในระหว่างวันที่ 13-17 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลานิลให้เป็นรากฐานความมั่นคงทางอาหารควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนต่อไป