“พีระพันธุ์” จี้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมัน 1 เดือน รับมือวิกฤตอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ
พีระพันธุ์จี้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมัน 1 เดือนรับมือวิกฤต (03.03.2026)

“พีระพันธุ์” จี้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันอย่างน้อย 1 เดือน รับมือวิกฤตอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ

วันที่ 3 มีนาคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาแถลงข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลอย่างเร่งด่วน เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์พลังงานที่กำลังคุกคามจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกรณีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสายหลักของโลก

นายพีระพันธุ์เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาออกมาตรการ “ตรึงราคาน้ำมันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 เดือน” เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา และบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนอย่างรวดเร็ว พร้อมเสนอแนวทางบริหารจัดการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

มาตรการระยะสั้น: ใช้ พ.ร.ก.ปี 2516 แก้ไขปัญหา

สำหรับการแก้ปัญหาในระยะสั้น นายพีระพันธุ์ชี้ว่า แม้กระทรวงพลังงานจะเตรียมใช้พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 เพื่อห้ามการส่งออกน้ำมัน แต่กฎหมายดังกล่าวให้อำนาจรัฐมนตรีเพียงการ “ห้ามจำหน่าย” เท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงการ “ห้ามส่งออก” ซึ่งไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันที่เป็นปัญหาภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด รัฐบาลควรพิจารณาบังคับใช้ พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแก่นายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว ในการประกาศห้ามส่งออกหรือนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงการสั่งตรึงราคาน้ำมันในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มาตรการระยะยาว: ผลักดันคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ

ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว พรรครวมไทยสร้างชาติได้เสนอโมเดลจัดตั้ง ระบบคลังน้ำมันสำรองของประเทศ (Strategic Petroleum Reserve - SPR) เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานที่ยั่งยืน แทนการพึ่งพากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มักก่อให้เกิดภาระหนี้สินสาธารณะมหาศาล

โดยมีหลักการสำคัญคือ การเปลี่ยนรูปแบบจากการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ เป็นการจัดเก็บสำรองเป็น “น้ำมันเชื้อเพลิง” จากผู้ค้าแทน เมื่อเกิดภาวะน้ำมันแพงในตลาดโลก รัฐบาลจะสามารถนำน้ำมันสำรองที่มีต้นทุนต่ำเหล่านั้น ออกมาจัดจำหน่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันที

นายพีระพันธุ์ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศที่มีอยู่ราว 60 วันนั้น เป็นเพียงน้ำมันหมุนเวียนเพื่อการค้าในระบบ ซึ่งหากเกิดวิกฤตการณ์ขาดแคลนอย่างรุนแรง ปริมาณดังกล่าวจะถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว การจัดตั้งระบบคลังน้ำมันสำรองของประเทศจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสำรองน้ำมันของไทยได้อีกถึง 90 วัน

“พรรครวมไทยสร้างชาติได้ดำเนินการยกร่างกฎหมายว่าด้วยคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวให้รัฐบาลพิจารณา เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม” นายพีระพันธุ์กล่าวทิ้งท้าย