วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า International Living สื่อชั้นนำของสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับ Global Retirement Index 2026 ซึ่งจัดทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 35 โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับที่ 9 ของโลก และอันดับ 1 ของเอเชีย ในฐานะประเทศที่เหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ด้วยคะแนนรวม 80.0 คะแนน
ปัจจัยที่ทำให้ไทยติดอันดับ
ดัชนีดังกล่าวประเมินจาก 7 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ที่อยู่อาศัย วีซ่าและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้เกษียณ ค่าครองชีพ การพัฒนาและธรรมาภิบาล สภาพภูมิอากาศ ระบบสาธารณสุข และความเหมาะสมในการใช้ชีวิต โดยอาศัยข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้สื่อข่าว และชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในแต่ละประเทศจริง
ประเทศไทยได้รับคะแนนโดดเด่นด้านค่าครองชีพสูงถึง 96 คะแนน สะท้อนความคุ้มค่าในการใช้ชีวิตเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ ขณะที่ด้านการพัฒนาและธรรมาภิบาลได้ 84 คะแนน แสดงถึงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการภาครัฐ ส่วนด้านระบบสาธารณสุขได้ 79 คะแนน ซึ่งสะท้อนมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ รวมถึงด้านวีซ่าและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้เกษียณที่ได้ 79 คะแนน ช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจ
สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล
นางสาวลลิดากล่าวว่า ผลการจัดอันดับดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Medical and Wellness Hub ของโลก โดยเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ และการแพทย์มูลค่าสูง
“การที่ International Living จัดอันดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ดีที่สุดอันดับ 9 ของโลก และอันดับ 1 ของเอเชียสำหรับการเกษียณอายุ สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยทั้งด้านค่าครองชีพที่คุ้มค่า คุณภาพชีวิต ระบบสาธารณสุข และการพัฒนาประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ รัฐบาลจะเดินหน้ายกระดับบริการด้านสุขภาพ พัฒนาอุตสาหกรรมเวลเนสและการดูแลผู้สูงอายุ พร้อมสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงวัย เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับการเกษียณอายุ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการสุขภาพ เพิ่มการลงทุน และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ประชาชนอย่างยั่งยืน”
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
การจัดอันดับนี้คาดว่าจะช่วยดึงดูดผู้เกษียณอายุจากทั่วโลกให้มาพำนักในประเทศไทยมากขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในด้านการท่องเที่ยวและการบริการสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ โรงพยาบาล และบริการดูแลสุขภาพ



