นทท.จีนแห่เที่ยวไทยคึกคัก นักธุรกิจหวั่นซ้ำรอยสงกรานต์
นทท.จีนแห่เที่ยวไทยคึกคัก นักธุรกิจหวั่นซ้ำรอยสงกรานต์

นักท่องเที่ยวจีนแห่เข้าไทยช่วงวันชาติจีน คึกคักสุดในรอบปี

บรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศไทยช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันชาติจีน (Golden Week) ระหว่างวันที่ 1-7 ตุลาคม 2567 คึกคักเป็นอย่างยิ่ง โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาในประเทศจำนวนมาก จากการประมาณการของสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ คาดว่าในช่วง 7 วันนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยมากกว่า 1.5 แสนคน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 3,700 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อภาคการท่องเที่ยวไทยที่กำลังฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิด-19

แหล่งท่องเที่ยวและธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์

แหล่งท่องเที่ยวหลักที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจีน ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี (พัทยา) และเชียงใหม่ โดยเฉพาะย่านเยาวราชในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งอาหารและวัฒนธรรมจีน กลับมาคึกคักอีกครั้ง ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และโรงแรมในพื้นที่ดังกล่าวมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ธุรกิจให้บริการรถเช่าและไกด์นำเที่ยวก็ได้รับอานิสงส์เช่นกัน โดยมีอัตราการจองล่วงหน้าสูงถึง 80%

นักธุรกิจกังวลปัญหาพฤติกรรมนักท่องเที่ยวซ้ำรอยสงกรานต์

อย่างไรก็ตาม ด้านนักธุรกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวหลายรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนบางกลุ่มที่อาจก่อให้เกิดปัญหา โดยเฉพาะการเมาแล้วขับและการทะเลาะวิวาท ซึ่งเคยเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา นายสมชาย ทรัพย์ทวี เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในเยาวราช กล่าวว่า "ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจีนบางกลุ่มดื่มหนักแล้วก่อเหตุทะเลาะวิวาท สร้างความเดือดร้อนให้กับร้านค้าและนักท่องเที่ยวอื่นๆ เรากลัวว่าช่วงวันชาติจีนนี้จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการป้องกันของทางการไทย

เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ทางการไทยได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะในเยาวราชและถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวจีนหนาแน่น โดยมีการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวในการดูแลความสงบเรียบร้อย นอกจากนี้ ยังมีการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะเรื่องการเมาแล้วขับซึ่งมีโทษจำคุกและปรับสูง

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย

หากเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ขึ้นอีก อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของไทย โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยมากกว่า 3.4 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1.5 แสนล้านบาท ดังนั้น การรักษาความปลอดภัยและความประทับใจจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการหลายรายเสนอให้ทางการเข้มงวดกับการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้ที่มีอาการมึนเมาชัดเจน รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดในช่วงเทศกาล นอกจากนี้ ควรมีมาตรการสร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแจ้งเตือนเป็นภาษาจีนเกี่ยวกับข้อห้ามต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น