ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้ (20 ก.ค.) ที่ระดับ 1,532.76 จุด เพิ่มขึ้น 1.74 จุด หรือ +0.11% มูลค่าการซื้อขาย 46,789 ล้านบาท โดยได้รับแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบโลกที่ฟื้นตัว
ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทย
นายกรกฤช รามัญกุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น หลังจากสหรัฐฯ รายงานสต็อกน้ำมันดิบลดลงมากกว่าคาด ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ก็ปรับตัวขึ้นตามความคาดหวังผลประกอบการไตรมาส 2/2567 ที่จะออกมาในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนนี้ หลังจากประธานเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย
กลุ่มพลังงานนำตลาด
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นนำตลาด โดยเฉพาะหุ้น ปตท. (PTT) ปิดที่ 35.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท (+0.72%) หุ้น ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ปิดที่ 150.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท (+0.67%) และหุ้น บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ปิดที่ 35.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+1.44%)
ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวขึ้น ได้แก่ หุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) ปิดที่ 155.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท (+0.65%) หุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ปิดที่ 132.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+0.38%) และหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ปิดที่ 106.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+0.47%)
แนวโน้มตลาดสัปดาห์หน้า
นายกรกฤชกล่าวว่า สัปดาห์หน้าตลาดหุ้นไทยจะยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/2567 ที่จะทยอยประกาศออกมา รวมถึงการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 30-31 กรกฎาคมนี้ ซึ่งตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 5.25-5.50% แต่จะส่งสัญญาณเกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต
ทั้งนี้ ให้แนวต้านของ SET Index ที่ 1,540 จุด และแนวรับที่ 1,520 จุด แนะนำนักลงทุนติดตามการประกาศผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์และกลุ่มพลังงาน รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมิถุนายนที่จะประกาศในวันศุกร์หน้า



