สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เตรียมปรับฐานค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับการคำนวณเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จากเดิม 337 บาทต่อวัน เป็น 400 บาทต่อวัน ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป
รายละเอียดการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ
การปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้เป็นไปตามมติคณะกรรมการค่าจ้างที่ประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ทั่วประเทศ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ซึ่งอัตราใหม่ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่มีรายได้ต่ำกว่า 400 บาทต่อวัน โดยฐานค่าจ้างที่ใช้ในการคำนวณเงินสมทบจะถูกปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า การปรับฐานค่าจ้างขั้นต่ำดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่มีค่าจ้างต่ำกว่า 400 บาทต่อวัน ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่สูงขึ้นตามไปด้วย เช่น กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน
ผลกระทบต่อผู้ประกันตน
สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่มีค่าจ้างต่ำกว่า 400 บาทต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่ได้ค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับครั้งนี้ โดยฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบจะเพิ่มขึ้นจาก 337 บาทต่อวัน เป็น 400 บาทต่อวัน ส่งผลให้เงินสมทบรายเดือนเพิ่มขึ้นประมาณ 18.90 บาทต่อเดือน (จากเดิม 337 x 5% = 16.85 บาทต่อวัน หรือประมาณ 505.50 บาทต่อเดือน เป็น 400 x 5% = 20 บาทต่อวัน หรือประมาณ 600 บาทต่อเดือน) อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับเมื่อเกิดกรณีต่างๆ ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เช่น กรณีเจ็บป่วยจะได้รับค่าทดแทนการขาดรายได้เพิ่มขึ้นจาก 337 บาทต่อวัน เป็น 400 บาทต่อวัน
นอกจากนี้ ผู้ประกันตนที่มีค่าจ้างสูงกว่า 400 บาทต่อวัน จะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับครั้งนี้ เนื่องจากฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบยังคงเป็นไปตามค่าจ้างจริง แต่ต้องไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน (หรือ 500 บาทต่อวัน) ตามที่กฎหมายกำหนด
การเตรียมความพร้อมของสำนักงานประกันสังคม
สำนักงานประกันสังคมได้เตรียมความพร้อมในการปรับปรุงระบบฐานข้อมูลและการคำนวณเงินสมทบให้สอดคล้องกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ โดยจะแจ้งให้นายจ้างและผู้ประกันตนทราบล่วงหน้าผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม แอปพลิเคชัน และเอกสารแจ้งเตือนทางไปรษณีย์
ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิและฐานค่าจ้างของตนเองได้ผ่านระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506



