สำนักงานประกันสังคมประกาศปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินสมทบกรณีว่างงานจากเดิม 30% เป็น 50% ของค่าจ้างรายวัน โดยผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้สูงสุดไม่เกิน 180 วันต่อปีปฏิทิน เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป
รายละเอียดการปรับเพิ่มอัตรา
นางสาวมารศรี ใจรัก เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า การปรับเพิ่มอัตรานี้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนที่ตกงานในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว โดยผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างหรือลาออกจะได้รับเงินทดแทนในอัตรา 50% ของค่าจ้างรายวัน แต่ไม่เกิน 180 วันต่อปี
เงื่อนไขการรับสิทธิ
ผู้ประกันตนที่ต้องการรับสิทธิต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด อาทิ จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนการว่างงาน และต้องขึ้นทะเบียนว่างงานกับสำนักงานจัดหางานภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ว่างงาน นอกจากนี้ ต้องไม่ปฏิเสธงานที่เหมาะสมตามที่จัดหางานเสนอ
สำหรับกรณีที่ผู้ประกันตนถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินทดแทนในอัตรา 50% ของค่าจ้างรายวัน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 180 วันต่อปี ส่วนกรณีลาออกเองจะได้รับในอัตรา 30% ของค่าจ้างรายวัน แต่ไม่เกิน 90 วันต่อปี
ผลกระทบต่อผู้ประกันตน
การปรับเพิ่มอัตรานี้คาดว่าจะช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ว่างงานได้มากขึ้น โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ จากการสำรวจของสำนักงานประกันสังคม พบว่าในปี 2567 มีผู้ประกันตนว่างงานกว่า 5 แสนคน ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับเงินทดแทนไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ
นายสมชาย ทรัพย์เจริญ นักวิชาการแรงงาน กล่าวว่า การปรับเพิ่มอัตราเป็น 50% ถือเป็นก้าวสำคัญในการคุ้มครองผู้ใช้แรงงาน แต่ยังต้องติดตามการบังคับใช้อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ประกันตนได้รับสิทธิอย่างเต็มที่
ขั้นตอนการขอรับสิทธิ
ผู้ประกันตนสามารถยื่นคำขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานได้ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ หรือผ่านระบบออนไลน์ทางเว็บไซต์ www.sso.go.th โดยต้องเตรียมเอกสารสำคัญ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนประกันสังคม และหนังสือรับรองการเลิกจ้างหรือหลักฐานการลาออก
ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมได้เพิ่มช่องทางการให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน SSO Connect เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนสามารถติดตามสถานะการขอรับสิทธิและตรวจสอบยอดเงินที่ได้รับ



