เงินเดือนเท่าไหร่ถึงต้องยื่นภาษี? เปิดเงื่อนไขปี 2568
เงินเดือนเท่าไหร่ถึงต้องยื่นภาษี? เปิดเงื่อนไขปี 2568

สำหรับปีภาษี 2568 (ยื่นแบบฯ ในปี 2569) กรมสรรพากรได้กำหนดเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่บุคคลธรรมดาต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ โดยขึ้นอยู่กับสถานภาพและประเภทของรายได้

เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ต้องยื่นภาษี

บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้พึงประเมินเฉพาะเงินเดือน (เงินได้ประเภทที่ 1) จะต้องยื่นแบบฯ หากมีรายได้รวมทั้งปีเกิน 120,000 บาท สำหรับผู้โสด และเกิน 220,000 บาท สำหรับผู้มีคู่สมรส (กรณีสมรสตามกฎหมาย) ส่วนผู้ที่มีเงินได้หลายประเภท (เช่น ค้าขาย รับจ้างอิสระ) ต้องยื่นเมื่อรายได้รวมเกิน 60,000 บาท (โสด) หรือ 120,000 บาท (มีคู่สมรส)

ทั้งนี้ เกณฑ์ดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดให้ผู้มีเงินได้พึงประเมินถึงเกณฑ์ที่กำหนดต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) ภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ค่าลดหย่อนและสิทธิประโยชน์ที่ควรรู้

ผู้มีเงินได้สามารถนำค่าลดหย่อนส่วนตัวและค่าลดหย่อนอื่นๆ มาหักออกจากรายได้ก่อนคำนวณภาษี เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท ค่าลดหย่อนบุตร (บุตรชอบด้วยกฎหมาย บุตรบุญธรรม) คนละ 30,000 บาท ค่าลดหย่อนบิดามารดา คนละ 30,000 บาท เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีค่าลดหย่อนจากประกันชีวิต (เบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท) กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF/RMF) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งสามารถลดหย่อนได้ตามเงื่อนไข

วิธีคำนวณภาษีเบื้องต้น

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณจากเงินได้สุทธิ (รายได้รวม – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) แล้วนำไปเทียบกับอัตราภาษีแบบขั้นบันได ตั้งแต่ 0% (เงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท) จนถึง 35% (เงินได้สุทธิเกิน 5,000,000 บาท)

สำหรับผู้ที่มีเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษี เนื่องจากเป็นเงินได้สุทธิที่ต้องเสียภาษีในอัตรา 0% ตามกฎหมาย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อควรระวังและคำแนะนำ

นายกิตติพันธ์ ศรีบุญเรือง ที่ปรึกษาด้านภาษี กล่าวว่า “ผู้มีเงินได้ควรตรวจสอบสิทธิของตนเองให้ครบถ้วน โดยเฉพาะค่าลดหย่อนที่อาจลืม เช่น ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย และเงินบริจาค ซึ่งช่วยลดภาระภาษีได้มาก”

นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังแนะนำให้ยื่นแบบออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ซึ่งสะดวก รวดเร็ว และมีระยะเวลายื่นถึงวันที่ 8 เมษายน สำหรับผู้ที่ยื่นแบบกระดาษจะต้องยื่นภายในวันที่ 31 มีนาคม

หากไม่ยื่นแบบฯ ภายในกำหนด ผู้มีเงินได้จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระ รวมถึงอาจถูกดำเนินคดีอาญาในกรณีจงใจหลีกเลี่ยงภาษี

ดังนั้น ผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ควรเตรียมเอกสารและยื่นแบบฯ ให้ถูกต้องตามกำหนดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและดอกเบี้ย