ธปท.ยันไม่ลดดอกเบี้ยนโยบาย หวั่นกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ
ธปท.ยันไม่ลดดอกเบี้ยนโยบาย หวั่นกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ (01.07.2026)

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจากระดับปัจจุบันที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี แม้แรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและความต้องการภายในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โดยระบุว่าการลดดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงินและการก่อหนี้ครัวเรือนที่สูงอยู่แล้ว

เหตุผลที่ธปท.คงดอกเบี้ย

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวได้ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน ขณะที่การส่งออกเริ่มฟื้นตัวตามอุปสงค์ของประเทศคู่ค้า

ความกังวลต่อเสถียรภาพการเงิน

ธปท. มองว่าการลดดอกเบี้ยในขณะนี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 91.4 ต่อจีดีพี ซึ่งการลดดอกเบี้ยอาจกระตุ้นให้เกิดการก่อหนี้เพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่ฟองสบู่ในสินทรัพย์บางประเภท นอกจากนี้ ธปท. ยังกังวลว่าการลดดอกเบี้ยจะทำให้เงินทุนไหลออกและกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลง ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้าและเงินเฟ้อ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

การคงดอกเบี้ยนโยบายของธปท. ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและประชาชนยังคงสูง โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบุคคล ซึ่งอาจชะลอการบริโภคและการลงทุน อย่างไรก็ตาม ธปท. เชื่อว่าการใช้มาตรการทางการเงินแบบเฉพาะจุดจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยไม่ต้องลดดอกเบี้ยนโยบาย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต

ธปท. ระบุว่าพร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง โดยจะติดตามปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้าของสหรัฐฯ และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย