คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.00% ต่อปี สอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยกรรมการเห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังคงมีแนวโน้มขยายตัว แต่มีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความผันผวนของตลาดการเงินโลก
ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569
กนง. ได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2569 ลงเหลือ 2.5% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 2.7% ในการประชุมครั้งก่อน สาเหตุหลักมาจากการส่งออกที่ชะลอตัวลงกว่าที่คาด เนื่องจากอุปสงค์จากประเทศคู่ค้าหลักอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม การบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 40 ล้านคนในปีนี้
เงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐาน
กนง. คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 จะอยู่ที่ 1.1% ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 1.3% เนื่องจากราคาพลังงานและอาหารสดที่ปรับลดลง ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ 0.8% ทรงตัวจากประมาณการครั้งก่อน ซึ่งยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 1-3%
ความเสี่ยงและนโยบายการเงิน
นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ กนง. เปิดเผยว่า “คณะกรรมการฯ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันยังคงเหมาะสมในการสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพด้านราคา” พร้อมทั้งชี้ว่าความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่ ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และความผันผวนของตลาดการเงิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกและเงินทุนเคลื่อนย้าย
นอกจากนี้ กนง. ยังคงติดตามสถานการณ์หนี้ครัวเรือนและคุณภาพสินเชื่ออย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
มุมมองต่อค่าเงินบาท
กนง. ประเมินว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มผันผวนตามปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ มองว่าค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเล็กน้อยจะช่วยสนับสนุนภาคการส่งออก แต่ต้องระวังผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าและเงินเฟ้อ
การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 3 ของปี 2569 โดยการประชุมครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 14 สิงหาคม 2569



