กนง.คงดอกเบี้ย 2.25% เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
กนง.คงดอกเบี้ย 2.25% เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% ต่อปี ในการประชุมครั้งล่าสุด โดยระบุว่าเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัว แต่ยังไม่เต็มที่ โดยเฉพาะด้านการบริโภคและการลงทุนที่ยังคงอ่อนแอ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงดอกเบี้ย

กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 2.8% ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพ โดยการส่งออกมีแนวโน้มดีขึ้น แต่การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังฟื้นตัวช้า เนื่องจากกำลังซื้อที่เปราะบางและความเชื่อมั่นที่ยังไม่กลับมาเต็มที่

นางสาวรุ่งรัตน์ อินทร์พงศ์พันธุ์ เลขานุการ กนง. เปิดเผยว่า "เศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

อัตราเงินเฟ้อและแนวโน้มในอนาคต

กนง. คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2567 จะอยู่ที่ 1.2% ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมาย แต่ยังต้องจับตาราคาพลังงานและอาหารที่อาจผันผวน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ 1.0%

สำหรับแนวโน้มดอกเบี้ยในอนาคต กนง. ระบุว่าขึ้นอยู่กับพัฒนาการของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ โดยพร้อมปรับนโยบายหากจำเป็น โดยเฉพาะหากเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรงกว่าคาด หรือเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมายเป็นเวลานาน

ผลกระทบต่อประชาชนและธุรกิจ

การคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.25% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากยังคงทรงตัวในระดับสูง ช่วยลดภาระหนี้ของประชาชนและธุรกิจบางส่วน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นการกู้ยืมและการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายสมชาย ทรัพย์เจริญ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า "การคงดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้ แต่ภาครัฐควรมีมาตรการอื่นเสริม เช่น การกระตุ้นการบริโภคผ่านมาตรการภาษี หรือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วขึ้น"

มุมมองต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า

กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งทางการค้า ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกและการลงทุนจากต่างประเทศ ขณะที่ปัจจัยภายใน เช่น เสถียรภาพทางการเมือง และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม

อย่างไรก็ตาม กนง. เชื่อว่าการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2567 จะอยู่ที่ 35 ล้านคน ซึ่งช่วยสนับสนุนการจ้างงานและรายได้ในภาคบริการ