ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 2.00% ต่อปี ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายกลับสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี การปรับลดครั้งนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในกรอบเป้าหมาย
ผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารพาณิชย์ปรับตัวลดลงตาม โดยธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3-12 เดือน ลง 0.15-0.25% ส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน เหลือเพียง 1.50-1.75% ต่อปี ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลอายุ 1 ปี ให้ผลตอบแทนลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.80%
5 กลยุทธ์บริหารเงินยุคดอกเบี้ยขาลง
นายกิตติศักดิ์ วิวัฒน์ชาญชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า ในภาวะดอกเบี้ยขาลง นักลงทุนควรปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อรักษาผลตอบแทน โดยแนะนำ 5 กลยุทธ์ ดังนี้
1. เลือกตราสารหนี้ที่มีอายุยาวขึ้น การลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุยาวขึ้น เช่น พันธบัตรรัฐบาลอายุ 5-10 ปี จะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าและยังได้รับประโยชน์จากราคาพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อดอกเบี้ยลดลง
2. หันมาลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้ผลตอบแทนจากค่าเช่าที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ โดยเฉลี่ยประมาณ 5-7% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากมาก
3. เพิ่มสัดส่วนหุ้นที่จ่ายปันผลสูง หุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูง เช่น หุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน และสาธารณูปโภค จะช่วยสร้างรายได้ประจำที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก
4. กระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่างประเทศ การลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง เช่น สหรัฐฯ หรืออินเดีย จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนโดยรวมของพอร์ต
5. ใช้กลยุทธ์ Dollar Cost Averaging (DCA) การลงทุนแบบสม่ำเสมอเป็นงวดๆ จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด และเฉลี่ยต้นทุนการลงทุน
มุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต
นายกิตติศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 1-2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ หากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะลดลงสู่ระดับ 1.75% ภายในสิ้นปี 2567
นักลงทุนจึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง โดยการปรับพอร์ตการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นและกระจายความเสี่ยง เน้นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นตามไปด้วย



