สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่า ประเทศไทยมีประชากรวัยทำงานอายุ 20-60 ปี จำนวน 39.18 ล้านคน ในจำนวนนี้มีข้อมูลเครดิตอยู่ในระบบเพียง 23.5 ล้านคน หรือคิดเป็น 60% เท่านั้น ซึ่งหมายความว่ามีคนไทยวัยทำงานอีกกว่า 40% หรือประมาณ 15.68 ล้านคนที่ไม่มีข้อมูลเครดิตในระบบ ทำให้สูญเสียโอกาสในการสร้างความน่าเชื่อถือทางการเงินและอาจเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบเมื่อมีความจำเป็น
คะแนนเครดิตคืออะไรและสำคัญอย่างไร
ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด อธิบายว่า คะแนนเครดิต (Credit Score) เป็นคะแนนที่คำนวณจากพฤติกรรมทางการเงินในอดีต ทั้งประวัติการชำระหนี้ การใช้วงเงิน ความต่อเนื่องของประวัติเครดิต ความหลากหลายของสินเชื่อ และการขอสินเชื่อใหม่ ยิ่งมีคะแนนสูงยิ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมทางการเงินที่ดีและมีแนวโน้มที่จะชำระหนี้ตรงเวลาสูง
"การมีประวัติเครดิตที่ดีไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ แต่ยังช่วยให้ได้รับเงื่อนไขทางการเงินที่เหมาะสมมากขึ้น" ดร.ลัษมณกล่าว พร้อมชี้ว่า การมีประวัติสินเชื่อในฐานข้อมูลเครดิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ "เครดิตดี...ต้องได้รับโอกาสทางการเงินที่ดี"
เลขมงคลทางการเงินที่แท้จริงคือคะแนนเครดิต
นายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่ม Data และ Analytics ทีทีบี กล่าวว่า "เลขมงคลทางการเงิน" ที่แท้จริง คือ คะแนนเครดิต โดยคะแนนเครดิตที่อยู่ระหว่าง 753-900 คะแนน (ระดับ AA) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทุกคนสามารถสร้างได้ด้วยตัวเองผ่านวินัยทางการเงิน
"คนไทยจำนวนมากรู้เงินเดือน รู้ยอดเงินออม และรู้มูลค่าพอร์ตลงทุนของตัวเอง แต่กลับไม่รู้คะแนนเครดิตของตัวเอง ทั้งที่ตัวเลขนี้ส่งผลต่อโอกาสทางการเงินมากกว่าที่หลายคนคิด" นายนริศกล่าว
เครดิตดีสร้างแต้มต่อทางการเงินอย่างชัดเจน
ข้อมูลจาก ttb analytics พบว่า เครดิตที่ดีสามารถสร้างแต้มต่อทางการเงินได้อย่างชัดเจน โดยสินเชื่อบุคคลในระบบมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 17-25% ต่อปี ขณะที่หนี้นอกระบบมีต้นทุนทางการเงินสูงได้ถึง 120% ต่อปี หรือสูงกว่าถึงเกือบ 6 เท่า
นอกจากนี้ ผู้ที่มีประวัติเครดิตที่ดียังมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยวงเงินขนาดใหญ่กว่า เช่น สินเชื่อรถยนต์เฉลี่ย 600,000 บาท และสินเชื่อบ้านเฉลี่ย 1,620,000 บาท ขณะที่หนี้นอกระบบมีวงเงินเฉลี่ยเพียงประมาณ 20,000 บาทต่อราย
โครงการสินเชื่อคนผ่อนดี สร้างผลตอบแทนให้ผู้มีวินัย
ทีทีบีนำแนวคิด Risk-based Pricing หรือการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อตามระดับความเสี่ยงและคะแนนเครดิตมาใช้ผ่านสินเชื่อบุคคล เช่น ทีทีบี แคชทูโก ภายใต้โครงการสินเชื่อคนผ่อนดี ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีการอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 23,000 ราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 4,100 ล้านบาท ช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยไปแล้วกว่า 650 ล้านบาท
ทั้งนี้ ช่วยให้ลูกค้ากว่า 80% สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงกว่าการคิดดอกเบี้ยแบบเดิมเฉลี่ย 5% ต่อปี หรือทุกวงเงินกู้สินเชื่อ 100,000 บาท สามารถประหยัดดอกเบี้ยได้ประมาณ 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม การคำนวณดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการภายใต้สมมติฐานที่กำหนด ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันตามวงเงิน ระยะเวลา อัตราดอกเบี้ย และพฤติกรรมการชำระหนี้ของลูกค้า



