ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยประจำสัปดาห์ที่ 6-10 กรกฎาคม 2569 โดยระบุว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนที่ 33.54 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ตามทิศทางเงินเยนและสกุลเงินอื่นในเอเชีย
ปัจจัยกดดันค่าเงินบาท
เงินบาททยอยอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในเอเชียและการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้อานิสงส์จากการคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 16-17 มิถุนายนสะท้อนความกังวลของกรรมการเฟดต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อ
เงินบาทฟื้นตัวปลายสัปดาห์
ในช่วงปลายสัปดาห์ เงินดอลลาร์กลับมาเผชิญแรงขาย เนื่องจากตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางลงบางส่วน หลังจากปธน.ทรัมป์เปิดเผยว่าอิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้ง นอกจากนี้ เงินเยนที่แข็งค่าขึ้น หลังรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นเรียกร้องให้กองทุนบำนาญเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศ ก็เป็นปัจจัยหนุนสกุลเงินเอเชียและเงินบาท
กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า
สำหรับสัปดาห์ระหว่างวันที่ 13-17 กรกฎาคม 2569 ธนาคารกสิกรไทยคาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.00-33.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ตะวันออกกลาง ถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานเฟด ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมิถุนายนของสหรัฐฯ รายงาน Beige Book ของเฟด ข้อมูลจีดีพีไตรมาส 2/2569 และตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมิถุนายนของจีน รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิถุนายนของยูโรโซน
ตลาดหุ้นไทยผันผวนหนัก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปว่า ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน แต่พลิกกลับมาปิดบวกได้ช่วงท้ายสัปดาห์ โดย SET index ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงแรก ก่อนจะร่วงลงตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคที่เผชิญแรงเทขาย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ส่งผลให้หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ร่วงนำตลาด
แรงกดดันเพิ่มเติม
ตลาดหุ้นไทยยังมีแรงกดดันจากรายงานข่าวที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทด้านพลังงานรายใหญ่แห่งหนึ่งขายหุ้นออกมา และความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากปธน.ทรัมป์ประกาศว่าข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว โดยดัชนีหุ้นไทยร่วงลงต่อเนื่องและหลุดแนว 1,600 จุดในช่วงกลางสัปดาห์
ปัจจัยบวกช่วยฟื้นตัว
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยมีปัจจัยบวกจากประเด็นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งหนุนให้มีแรงซื้อคืนหุ้นทุกกลุ่ม นอกจากนี้ ตลาดยังคลายความกังวลบางส่วนต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง เนื่องจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าเจรจากับอิหร่านต่อ แม้ประเด็นดังกล่าวยังคงมีความไม่แน่นอน
แนวรับแนวต้านสัปดาห์หน้า
สำหรับสัปดาห์ที่ 13-17 กรกฎาคม 2569 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดแนวรับที่ 1,600 และ 1,575 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,625 และ 1,645 จุด ตามลำดับ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานเฟด ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียนไทย โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ สถานการณ์ตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมิถุนายนของสหรัฐฯ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนมิถุนายนของจีน รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิถุนายนของยูโรโซน



