โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาจุดใหม่ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างฝั่งธนบุรีและพระนครมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 60% ตามรายงานของสำนักงานการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568 ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้อย่างมีนัยสำคัญ
รายละเอียดโครงการและความคืบหน้า
สะพานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก โดยมีระยะทางรวมประมาณ 16.7 กิโลเมตร แบ่งเป็นทางยกระดับและสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาความยาว 1.2 กิโลเมตร ปัจจุบันงานก่อสร้างในส่วนของสะพานหลักมีความคืบหน้าไปแล้ว 65% ขณะที่งานก่อสร้างทางยกระดับในส่วนอื่นๆ คืบหน้าไปประมาณ 58% โดยรวมแล้วโครงการมีความคืบหน้ารวมกว่า 60%
นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า "โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และจะช่วยลดระยะเวลาเดินทางจากฝั่งธนบุรีไปยังพระนครได้มากถึง 30 นาทีในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน"
ผลกระทบต่อการจราจรและเศรษฐกิจ
เมื่อเปิดใช้งาน สะพานแห่งนี้จะช่วยรองรับปริมาณรถยนต์ได้ประมาณ 100,000 คันต่อวัน ซึ่งจะช่วยลดภาระการจราจรบนสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีอยู่เดิม เช่น สะพานพระราม 3 และสะพานกรุงเทพฯ ได้อย่างมาก นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ฝั่งธนบุรีและปริมณฑลด้านตะวันตก เนื่องจากช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้า
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กล่าวว่า "การก่อสร้างสะพานนี้จะช่วยกระตุ้นการลงทุนและพัฒนาที่ดินในพื้นที่โดยรอบ รวมถึงเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ เช่น รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางของประชาชน"
แผนการดำเนินงานและกำหนดการ
กทพ. วางแผนที่จะดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี 2568 โดยในปี 2567 จะมีการติดตั้งคานสะพานและงานโครงสร้างหลักอื่นๆ ให้แล้วเสร็จ จากนั้นจะดำเนินงานผิวถนน ระบบไฟฟ้า ระบบระบายน้ำ และงานภูมิทัศน์ คาดว่าจะสามารถเปิดทดลองใช้บริการได้ในช่วงปลายปี 2568 และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในต้นปี 2569
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 12,500 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณจากรัฐบาลและเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินในประเทศ



