เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ JN.1 ในประเทศไทยแล้ว 26 ราย โดยเป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนที่กำลังระบาดในหลายประเทศทั่วโลก
ลักษณะของสายพันธุ์ JN.1
นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สายพันธุ์ JN.1 เป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน BA.2.86 มีการกลายพันธุ์ที่โปรตีนหนาม (Spike protein) ทำให้สามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์เดิม แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อย เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ และน้ำมูกไหล
“จากข้อมูลในต่างประเทศ พบว่า JN.1 แพร่เร็วขึ้นประมาณ 20-30% เมื่อเทียบกับสายพันธุ์ที่ระบาดก่อนหน้า แต่ความรุนแรงของโรคไม่เพิ่มขึ้น วัคซีนที่มีอยู่ยังคงป้องกันการป่วยหนักและการเสียชีวิตได้” นายแพทย์ธงชัยกล่าว
สถานการณ์ในประเทศไทย
ผู้ติดเชื้อทั้ง 26 ราย กระจายอยู่ในหลายจังหวัด โดยส่วนใหญ่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศหรือสัมผัสกับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ขณะนี้ผู้ติดเชื้อทั้งหมดอยู่ระหว่างการรักษาตัวและไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
กรมควบคุมโรคได้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้เพิ่มการตรวจหาสายพันธุ์ในกลุ่มผู้เดินทางเข้าประเทศ รวมถึงการสุ่มตรวจในชุมชน เพื่อติดตามการแพร่ระบาด
คำแนะนำสำหรับประชาชน
นายแพทย์ธงชัยแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการสวมหน้ากากในที่แออัดหรือสถานที่ปิด ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีอาการป่วย นอกจากนี้ ควรเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์
“วัคซีนเข็มกระตุ้นยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันการป่วยหนัก แม้จะติดเชื้อสายพันธุ์ JN.1 ก็ตาม ประชาชนควรไปรับวัคซีนตามกำหนด” นายแพทย์ธงชัยกล่าว
แนวโน้มการระบาด
องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้ JN.1 เป็นสายพันธุ์ที่น่าสนใจ (Variant of Interest) เนื่องจากมีอัตราการแพร่กระจายที่รวดเร็ว แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variant of Concern) โดยคาดว่า JN.1 จะกลายเป็นสายพันธุ์หลักในการระบาดทั่วโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
สำหรับประเทศไทย คาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้ออาจเพิ่มขึ้นในช่วงหลังเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากมีการเดินทางและรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก กรมควบคุมโรคจึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด



