บอร์ดคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติอนุมัติให้บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โอนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G จากบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (ดีแทค) จำนวน 4.8 ล้านเลขหมาย เข้ามาอยู่ในเครือข่ายของทรู ภายในระยะเวลา 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้บริการดีแทคที่ใช้คลื่นความถี่ 3G จำนวนมาก
รายละเอียดการโอนเลขหมายและการเยียวยาผู้ใช้บริการ
การโอนเลขหมายครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะเลขหมายที่ใช้คลื่นความถี่ย่าน 2300 MHz ซึ่งเป็นคลื่นที่ทรูได้รับใบอนุญาตแต่เดิม และดีแทคได้เช่าใช้บริการจากทรูมาโดยตลอด หลังจากนี้ ดีแทคจะสิ้นสุดสัญญาเช่าใช้คลื่นดังกล่าว ทำให้ดีแทคไม่สามารถให้บริการ 3G ในย่านความถี่นี้ต่อไปได้ ผู้ใช้บริการดีแทคที่ได้รับผลกระทบมีทางเลือก 3 ทาง คือ ย้ายค่ายไปใช้บริการของทรูโดยใช้เลขหมายเดิม รับสิทธิพิเศษจากดีแทคในการโยกย้ายไปใช้คลื่นย่านอื่นของดีแทค หรือยกเลิกการใช้บริการ
ทั้งนี้ กสทช. ได้กำหนดเงื่อนไขในการเยียวยาผู้ใช้บริการ โดยให้ดีแทคและทรูร่วมกันจัดทำแผนแจ้งข้อมูลให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน พร้อมทั้งจัดช่องทางให้ผู้ใช้บริการสามารถเลือกทางเลือกต่างๆ ได้โดยสะดวก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเลขหมายหรือย้ายค่าย นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบสามารถใช้บริการต่อไปได้จนกว่าจะดำเนินการเปลี่ยนผ่านเสร็จสิ้น แต่ไม่เกิน 90 วัน
ผลกระทบต่อผู้ใช้บริการและแนวทางปฏิบัติ
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า ผู้ใช้บริการดีแทคที่ใช้คลื่น 3G จำนวน 4.8 ล้านเลขหมาย จะได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะผู้ที่ใช้บริการในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณ 2G หรือ 4G ของดีแทคครอบคลุม ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถใช้งานโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ดีแทคได้เตรียมแผนรองรับโดยการย้ายผู้ใช้บริการไปยังคลื่น 4G และ 5G ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันดีแทคมีคลื่น 1800 MHz และ 2100 MHz ที่ใช้ให้บริการ 4G อยู่แล้ว
“ผู้ใช้บริการไม่ต้องกังวล เพราะดีแทคจะแจ้งรายละเอียดและแนวทางปฏิบัติให้ทราบทาง SMS และช่องทางอื่นๆ ภายใน 30 วันนับจากนี้ ซึ่งรวมถึงสิทธิประโยชน์ในการเปลี่ยนไปใช้บริการ 4G หรือย้ายไปทรูโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” นายไตรรัตน์กล่าวเพิ่มเติม
ที่มาและความจำเป็นในการโอนเลขหมาย
การโอนเลขหมายครั้งนี้เป็นผลมาจากการควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทคที่เสร็จสิ้นไปก่อนหน้านี้ โดยทรูเป็นผู้ถือใบอนุญาตคลื่น 2300 MHz แต่ดีแทคได้เช่าใช้คลื่นดังกล่าวเพื่อให้บริการ 3G มาตั้งแต่ปี 2556 ต่อมาเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ทรูจึงจำเป็นต้องขอโอนเลขหมายคืนมาเพื่อบริหารจัดการคลื่นความถี่อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทรูยังมีแผนจะนำคลื่น 2300 MHz ไปใช้ให้บริการ 5G ในอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพของเครือข่ายให้กับผู้ใช้บริการทรู
ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การโอนเลขหมายครั้งนี้เป็นไปตามแผนการรวมเครือข่ายของทรูและดีแทค ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่มีคุณภาพดีขึ้น โดยเฉพาะในด้านความเร็วและความครอบคลุมของสัญญาณ ทั้งนี้ ทรูจะดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อให้ผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด”
ข้อกังวลและมาตรการกำกับดูแลของ กสทช.
แม้การอนุมัติครั้งนี้จะเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย แต่ก็มีข้อกังวลจากกลุ่มผู้บริโภคเกี่ยวกับความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้บริการในพื้นที่ห่างไกลที่อาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากย้ายไปใช้บริการของทรู ซึ่งอาจทำให้เกิดการผูกขาดในบางพื้นที่ กสทช. จึงกำหนดให้ทรูและดีแทครายงานความคืบหน้าการดำเนินการทุก 15 วัน พร้อมทั้งเปิดช่องทางร้องเรียนสำหรับผู้ใช้บริการที่ได้รับความเดือดร้อน
นอกจากนี้ กสทช. ยังมีอำนาจในการสั่งให้ทรูหรือดีแทคดำเนินการแก้ไขหากพบว่าผู้ใช้บริการได้รับความเสียหาย เช่น การเรียกเก็บค่าใช้บริการที่ไม่เป็นธรรม หรือการไม่สามารถใช้บริการตามสัญญาเดิมได้ โดยผู้ใช้บริการสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน กสทช. 1200



