กรมการขนส่งทางบกเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายขนส่งครั้งใหญ่ แยกกฎหมายรถโดยสารสาธารณะ
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ประกาศแผนปฏิรูปโครงสร้างกฎหมายด้านการขนส่งทางบกอย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายหลักในการแยกกฎหมายเฉพาะสำหรับรถโดยสารสาธารณะออกเป็นเอกเทศในระยะยาว พร้อมกับเร่งออกกฎกระทรวง 3 ฉบับในระยะสั้น เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถโรงเรียนและรถสาธารณะทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะบังคับใช้ได้ภายในสิ้นปีนี้
การแยกกฎหมายและร่างกฎกระทรวง 3 ฉบับ
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า โครงสร้างกฎหมายปัจจุบันที่กำกับดูแลรถโดยสารสาธารณะยังใช้กรอบร่วมกับพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติรถยนต์ ซึ่งขาดหมวดเฉพาะสำหรับการกำกับดูแลโดยตรง ดังนั้น กรมฯ จึงอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ หรือ พ.ร.บ.ฉบับที่ 3 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่ชัดเจนและทันสมัยมากขึ้น
ในระหว่างรอการจัดทำกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ กรมฯ ได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนโดยจัดทำร่างกฎกระทรวง 3 ฉบับ ซึ่งผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้ว และเตรียมเสนอรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีทันทีที่มีรัฐบาลชุดใหม่
- กฎกระทรวงฉบับแรก: เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เพื่อให้การจัดการเงินกองทุนและเลขทะเบียนรถลักษณะพิเศษมีความโปร่งใสและเป็นประโยชน์ต่อความปลอดภัยทางถนน
- กฎกระทรวงฉบับที่สอง: กำหนดรูปแบบและการแยกประเภทป้ายทะเบียนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะ เพื่อจำแนกประเภทรถได้ชัดเจน สอดคล้องกับแนวโน้มการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
- กฎกระทรวงฉบับที่สาม: จัดระเบียบรถโรงเรียนรูปแบบใหม่ โดยกำหนดให้ใช้ป้ายทะเบียนเฉพาะ "1 นร." พร้อมป้ายสีส้มขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ชัดเจน เพื่อระบุตัวตนรถรับส่งนักเรียน ลดความสับสน และป้องกันการใช้รถผิดประเภท
การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย
นายสรพงศ์ เน้นย้ำว่า ประเด็นสำคัญคือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถโรงเรียนและรถสาธารณะ โดยเพิ่มเกณฑ์การตรวจสภาพรถในรายการที่เดิมยังไม่มีการกำหนดตรวจอย่างเข้มงวด เช่น การทดสอบประสิทธิภาพระบบเบรกอย่างละเอียดรัดกุม และการตรวจสอบระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะการวัดกระแสไฟฟ้ารั่วในตัวรถ
ในอดีต พบว่าผู้ประกอบการบางรายติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น พัดลมหรือเครื่องเสียง โดยใช้สายไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของเหตุเพลิงไหม้รถโดยสาร ดังนั้น การตรวจระบบไฟฟ้าอย่างเข้มงวดจึงเป็นมาตรการเชิงป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองและประชาชน
มาตรการจูงใจและสถานการณ์ปัจจุบัน
เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบทะเบียนรถโรงเรียน "1 นร." อย่างถูกต้อง กรมฯ อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาแนวทางยกเว้นหรือลดหย่อนภาษี รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นจากภาครัฐ เพื่อสนับสนุนให้มีการนำรถที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานมาใช้รับส่งนักเรียนมากขึ้น
ปัจจุบัน มีรถโรงเรียนที่อยู่ในระบบเพียงประมาณ 5,500 คัน ขณะที่มีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกว่า 52,000 แห่ง ซึ่งสะท้อนช่องว่างที่นักเรียนจำนวนมากต้องใช้บริการรถโดยสารเก่าหรือรถที่ไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้น การจัดระเบียบและยกระดับมาตรฐานจึงเป็นภารกิจเร่งด่วน
การบังคับใช้กฎหมายและเป้าหมายในอนาคต
นอกจากนี้ กรมฯ ยังเดินหน้ากวดขันการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีตรวจพบรถแท็กซี่บางส่วนดัดแปลงมิเตอร์ค่าโดยสารหรือโกงมิเตอร์ ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้โดยสาร โดยยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
นายสรพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐมนตรีเจ้าสังกัดได้รับทราบและเห็นชอบในหลักการของร่างกฎกระทรวงทั้ง 3 ฉบับแล้ว โดยเน้นย้ำเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ลูกหลานและประชาชนได้นั่งรถที่ดี มีคุณภาพ และปลอดภัยสูงสุดในการเดินทาง ซึ่งกรมการขนส่งทางบกมั่นใจว่าเมื่อมาตรการทั้งหมดมีผลบังคับใช้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการยกระดับมาตรฐานระบบขนส่งสาธารณะของประเทศในระยะยาว



