จีนเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงสายใหม่เชื่อมต่อเมืองกวางโจวในมณฑลกวางตุ้งกับซานยาหัวเฉียวในมณฑลไหหลำ โดยมีระยะทางรวมประมาณ 600 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางเพียง 3 ชั่วโมง ซึ่งลดลงจากเดิมที่ต้องใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง
รายละเอียดเส้นทางและความเร็ว
รถไฟความเร็วสูงสายนี้มีความเร็วสูงสุดที่ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีสถานีจอดรวม 12 สถานี ครอบคลุมเมืองสำคัญ เช่น จูไห่ เจียงเหมิน หยางเจียง และไหโข่ว ก่อนถึงปลายทางที่ซานยาหัวเฉียว
การเปิดให้บริการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของจีนที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อระหว่างเกาะไหหลำกับแผ่นดินใหญ่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการค้าภายในภูมิภาค
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
นายหลี่ เฉียง ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวว่า “เส้นทางรถไฟนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของมณฑลไหหลำ ซึ่งเป็นเขตการค้าเสรีที่สำคัญ โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20% ในปีแรก”
นอกจากนี้ รถไฟความเร็วสูงยังช่วยลดการพึ่งพาการเดินทางทางอากาศและทางเรือ ซึ่งมักได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ ทำให้การเดินทางมีความสะดวกและมีเสถียรภาพมากขึ้น
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ต่อเนื่อง
จีนได้ลงทุนกว่า 3 แสนล้านหยวนในโครงการรถไฟความเร็วสูงสายนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงที่ยาวที่สุดในโลก ปัจจุบันจีนมีเส้นทางรถไฟความเร็วสูงรวมกว่า 40,000 กิโลเมตร
การเปิดให้บริการคาดว่าจะสร้างงานโดยตรงและโดยอ้อมกว่า 50,000 ตำแหน่งในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริมธุรกิจท้องถิ่น เช่น การท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
รถไฟความเร็วสูงเป็นทางเลือกที่ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าการเดินทางทางอากาศ โดยมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อผู้โดยสารน้อยกว่าเครื่องบินถึง 70% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของจีนในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2060
รัฐบาลจีนยังมีแผนที่จะขยายเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงไปยังพื้นที่ห่างไกลเพิ่มเติม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่างเมืองใหญ่กับชนบท
การเปิดเส้นทางกวางโจว-ซานยาหัวเฉียวถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของจีน และคาดว่าจะมีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว



